แม่ทหารเกณฑ์ถูกซ้อมดับ เผย 1 ชีวิตแลกติดคุก 20 ปี ยอมรับไม่ได้ หลังศาลพิพากษาจำคุก 13 นายทหาร สูงสุด 20 ปี จ่อยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษครูฝึก-ฟ้องแพ่งเรียกสินไหมกองทัพ
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีคำพิพากษาคดีอุกฉกรรจ์ กรณี พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล อายุ 18 ปี สังกัดหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เสียชีวิตหลังถูกทำร้ายร่างกายซ้ำซากระหว่างการฝึกในค่ายทหาร โดยมีทั้งครูฝึกและรุ่นพี่ทหารร่วมกระทำผิดรวม 13 ราย
คำพิพากษาศาลชั้นต้น
- จำเลยที่ 1 ครูฝึกทหาร ใช้ไม้ทุบตีผู้เสียชีวิต จำคุก 20 ปี
- จำเลยที่ 2 ครูฝึกอีกคนหนึ่ง จำคุก 15 ปี
- จำเลยที่ 3-13 พลทหารรุ่นพี่ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ช่วยครูฝึก จำคุกคนละ 10 ปี

คดีนี้ถือเป็น คดีแรกในประเทศไทย ที่มีคำพิพากษาตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 โดยศาลระบุว่าจำเลยทั้ง 13 คนกระทำผิดโดยร่วมกันทำร้ายผู้ตายอย่างโหดร้าย ทารุณ ในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ
ด้าน น.ส.นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ผู้ผลักดันคดี กล่าวว่าคำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ในการยุติพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในค่ายทหาร พร้อมขอบคุณกฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหาย ที่ทำให้มีช่องทางเรียกร้องความเป็นธรรม “เคสนี้ไม่ใช่ทำครั้งเดียว แต่น้องถูกกระทำตั้งแต่วันแรกเข้าค่ายอย่างต่อเนื่องและรุนแรง”
นางโสภาพรรณ พัดมาสกุล มารดาผู้เสียชีวิต ระบุว่า “หนึ่งชีวิตแลกโทษจำคุก 20 ปี แม่รับไม่ได้” พร้อมเผยว่าได้รับเงินเยียวยาเพียง 200,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวที่ครอบครัวตั้งความหวังไว้สูง เธอเตรียมยื่นอุทธรณ์เพื่อให้จำเลยที่ 1 ได้รับโทษหนักขึ้น พร้อมเดินหน้าฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าสินไหมจากกองทัพบกต่อไป
ซึ่งทางครอบครัวผู้ตายเตรียม ยื่นอุทธรณ์ เพื่อเรียกร้องโทษที่เหมาะสมมากขึ้น คดีแพ่ง เตรียมยื่นฟ้องกองทัพบก เรียกค่าสินไหมทดแทน


