สนง.ประมงเชียงราย ตรวจปลาในน้ำกก 3 ครั้ง ไม่พบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีการตรวจพบสารหนูและโลหะเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก ด้านจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย และล่าสุดชาวประมงพื้นบ้านมีการจับปลาในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง โดยเฉพาะปลาแค้มีลักษณะผิดปกติเป็นตุ่มและมีแผลพุพอง ทำให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บตัวอย่างไปตรวจหาสารปนเปื้อน โดยเฉพาะในเรื่องของโลหะหนักประสารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท จำนวนถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่จุดฝายเชียงราย ครั้งที่ 2 เมื่อ 26 เมษายน 68 ที่บ้านสบคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และครั้งที่ 3 ส่งตรวจอีก 3 จุดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม คือที่จุดบ้านโป่งนาคำ ต.ยางฮออง อ.เมือง ซึ่งอยู่ต้นกกของจังหวัดเชียงราย ที่จุดฝายเชียงราย อยู่ช่วงกลางน้ำและอีกที่ อ.เชียงแสน ซึ่งอยู่ปลายน้ำ

นายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าผลการตรวจทั้ง 3 ครั้งไม่ตรวจพบการปนเปื้อนของสารหนูและแคดเมียมในตัวปลา พบเพียงตะกั่วและปรอท ซึ่งมีค่าที่ต่ำกว่ามาตรฐานค่อนข้างมาก โดยพบสารตะกั่วสูงสุดอยู่ที่ 0.11 ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.3 และสารปรอท อยู่สูงสุดที่ 0.14 ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.5 ซึ่งค่าที่ตรวจพบไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตของปลา หรือไม่มีผลต่อด้านการประมง อย่างไรก็ตามการตรวจทั้ง 3 ครั้ง เป็นเพียงการตรวจสอบเร่งด่วน ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยทางสาธารณสุขและ อบจ.เชียงราย ได้มีการเก็บตัวอย่างปลาไปตรวจสอบด้วยอีกทั้งเพื่อความมั่นใจ และหลังจากนี้ก็จะมีการจัดแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสารตกค้างทั้งตะกอนดิน พืช และปลาทั้งหมด โดยทางประมงจะตรวจสอบปลาเดือนละ 2 ครั้ง ทุกระยะ 15 วัน

วันเดียวกันนี้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำนายกรัฐมนตรี และคณะ ร่วมประชุมรับฟังรายงานการดำเนินการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อน (สารหนู) ในแม่น้ำกก รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

พล.อ.นิพัทธ์กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ให้มาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อน และสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ช่วยสนับสนุนให้งานสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างคล่องตัว จากการรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงราย ได้ผนึกกำลังกันในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ในทุกมิติ และเร่งแก้ไขปัญหาในทุกระดับอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง และขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า น้ำประปาปลอดภัย ส่วนคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก สามารถทำการประมง และใช้ในการเกษตรกรรมได้ สำหรับด้านสาธารณสุขก็ได้มีการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกหน่วยส่งข้อมูลให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดทำเป็นชุดข้อมูลในการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน สื่อสารให้ตรงกัน นำเสนอความเป็นจริง เพื่อสร้างความมั่นใจและคลายความกังวลใจของประชาชน
จากนั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมตคณะ ได้เดินทางไปยังสวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ติดตามประเมินสถานการณ์อุทกภัย และงานขุดลอก และเดินทางไปยังเขื่อนเชียงราย ก่อนที่จะเดินทางไปยังอำเภอแม่สาย เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำสาย และประเมินสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สายต่อไป


