สภากาชาดไทยลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบ ด้านอำเภอพบพระ จังหวัดตาก
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ได้มอบหมายให้นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนายการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย เดินไปเยี่ยมที่พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวของผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาในเขตพื้นที่อำเภอพบพระ รวม 3 จุด จุดที่ 1 วัดมอเกอร์ไทย จุดที่ 2 วัดบ้านหมื่นฤาชัย และจุดที่ 3 คริสต์จักรบ้านหมื่นฤาชัย
การตรวจเยี่ยมดังกล่าวได้ร่วมกับหน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยได้เดินทางไปยังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวประกอบด้วย ผู้แทนจากสภากาชาดไทย ผู้แทนเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอพบพระในฐานะนายกกิ่งกาชาดอำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรพบพระ ผู้แทนกองกำลังนเรศวร กองทัพภาค 3 ผู้แทนองค์กรสาธารณกุศลภาคเอกชน และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ตลอดจนอาสาสมัครเสริมของสภากาชาดไทย
นายวิทยา จันทร์ฉลอง เปิดเผยการลงพื้นที่ว่า
1. จุดที่ 1 มีผู้หนีภัยจากการสู้รบจำนวน 355 คน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสตรี และเด็ก
จุดที่ 2 มีหนีภัยจากการสู้รบจำนวน จำนวน 24 คน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสตรี และเด็ก
และจุดที่ 3 มีผู้หนีภัยจากการสู้รบจำนวน 36 คน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนเซ้ะบอโบ อำเภอซูการี จังหวัดเมียวดี ในฝั่งประเทศเมียนมา
2. การช่วยเหลือเบื้องต้น
2.1 สภากาชาดไทย และเหล่ากาชาดจังหวัดตาก อยู่ระหว่างจัดหาวัสดุอุปกรณ์สนับสนุนตามความต้องการของผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ได้แก่ มุ้ง เครื่องนอน เครื่องครัว เตาแก๊ส ผ้ายางพลาสติกคลุมหลังคากันฝน ยาสามัญประจำบ้าน ถุงดำคัดแยกขยะ
หากมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาหนีภัยเข้ามายังเขตพื้นที่ชายแดนไทยเพิ่มมากขึ้น เหล่ากาชาดจังหวัด/กิ่งกาชาดอำเภอจะพิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงปรุงสุกต่อไป
2.2 กิ่งกาชาดอำเภอพบพระ สนับสนุน น้ำดื่ม 10 แพ็ค และการบริการรถดูดสิ่งปฏิกูลของเสียในเขตพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว
2.3 กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ สนับสนุน ข้าวสาร อาหารแห้ง และวัตถุดิบสดปรุงอาหารประกอบเลี้ยง
2.4 สำนักงานมูลนิธิ UNHCR สนับสนุน ผ้าห่ม เสื่อ อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม ไฟฉาย น้ำยาล้างจาน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000 บาท
2.5 มูลนิธิสุวรรณนิมิต เครื่องใช้ที่จำเป็น ได้แก่ แปรงสีฟันสำหรับเด็ก ยาสีฟันสำหรับเด็ก แปรงสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ ยาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ สบู่ ผ้าอนามัย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 บาท และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าอาหารให้กับอาสาสมัครเสริมเป็นเงิน 20,000 บาท
3. การบูรณาการการทำงานช่วยเหลือสนับสนุน
– การให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ได้ใช้กลไกของอาสาสมัครเสริมในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และเครือข่ายอาสาสมัครที่สื่อสารภาษาได้มากกว่า 2 ภาษา จำนวน 19 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การคัดกรองกลุ่มเปราะบาง การลำเลียงการช่วยเหลือผู้อุปโภค บริโภค วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการบริจาคจากส่วนราชการ และภาคเอกชน เข้าไปยังพื้นที่พักพิงชั่วคราว โดยปฏิบัติงานร่วมกันกับ เหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้แก่ กองกำลังนเรศวร และที่ทำการปกครองจังหวัด/อำเภอ ภายใต้การกำกับดูแลของเลขานุการคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด (ปลัดจังหวัดตาก)
– มอบหมายภารกิจหน้าที่และการจัดเวรประจำให้แก่อาสาสมัครเสริม เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวทั้ง 3 จุดและรายงานผลให้นายอำเภอพบพระทราบเป็นประจำทุกวัน
ข่าวแจ้งว่า สถานการณ์ความรุนแรงเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องในชายแดนฝั่งเมียนมา ซึ่งห่างจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างกองกำลังกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (KNLA) กับกองกำลังทหารของรัฐบาลเมียนมา ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาว่าหากสถานการณ์การสู้รบเข้าสู้ภาวะปกติ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาก็จะเดินทางกลับภูมิลำเนาทุกราย นายอำเภอพบพระได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแจ้งราษฎรไทยบางส่วนที่มีที่อยู่อาศัยตามแนวชายแดนการสู้รบเคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่พักอาศัยของญาติพี่น้องเป็นการชั่วคราว


