ผู้ว่าระนอง ติดตามผลกระทบน้ำขุ่นแดง มั่นใจต้นตอจากเหมืองแร่ฝั่งเมียนมา เร่งเจรจาTBC แก้ปัญหา
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวปัญหาน้ำแดงขุ่นในพื้นที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง จนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของตำบลปากจั่น รวมไปถึงประมงพื้นบ้าน และการท่องเที่ยวชุมชน ที่ต้องปิดตัวลงนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายสุพจน์ ภูติเกียติขจร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้ลงพื้นที่อำเภอกระบุรี เพื่อติดตามและรับฟังสภาพปัญหา โดยในช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ว่าการอำเภอกระบุรี โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง รอง ผบ.ฉก.ร.25 นายอำเภอกระบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง ตัวแทนชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล แต่ไม่มีตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง และศุลกากรจังหวัดระนองเข้าร่วม ซึ่งเป็น 2 หน่วยงานที่มีการพูดถึงในที่ประชุม ในกรณีการนำเข้าแร่ดีบุกจากประเทศเมียนมา

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความเดือดร้อนและผลกระทบของประชาชน โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่บริเวณปากกระ หมู่ที่ 8 ต.ปากจั่น ซึ่งเป็นจุดรวมน้ำของคลองกระนัยของไทย และคลองยูงของเมียนมา ซึ่งมองเห็นความขุ่นของน้ำจากเมียนมา ไหลมาตัดกับความใสของน้ำในคลองกระนัยอย่างชัดเจน
หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดระนองและคณะ ได้เดินทางไปบริเวณบ้านเจ้าจอก หมู่ที่ 8 ตำบลปากจั่น ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านวายดิน หรือหวายแดง ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังกะเหรี่ยง โดยมี ร.อ.ดอกะตะ และ ร.อ.โบจั๊วะ เป็นผู้คุมกองกำลัง เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารและ ตชด.ในการปฏิบัติหน้าที่

นายสุพจน์กล่าวภายหลังจากสำรวจพื้นที่ว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ต้นตอปัญหาอยู่ที่เหมืองแร่ฝั่งประเทศเมียนมา มีการปล่อยน้ำขุ่นแดงลงสู่ลำคลองแล้วมารวมกับน้ำในแม่น้ำกระบุรีในประเทศไทย โดยเบื้องต้นจะต้องใช้กลไกของพื้นที่คือ TBC ในการพูดคุยและแก้ไขปัญหา โดยให้ทางประเทศต้นทางเข้าไปกำกับดูแลการทำเหมืองแร่ หลังจากนั้นจะได้มีการรายงานขึ้นสู่ส่วนกลาง เพื่อให้มีการประสานงานในระดับประเทศต่อไป ในส่วนของสินแร่ที่มีการส่งผ่านจังหวัดระนอง ทางจังหวัดจะได้มีการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาอย่างเด็ดขาด

ทางด้าน พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า ในงานป้องกันและปราบปรามที่ผ่านมา จากการเฝ้าระวังและตั้งจุดตรวจค้น พบว่ามีการนำแร่ดีบุกจากประเทศเมียนมาเข้ามาค่อนข้างมากและบ่อยครั้ง โดยพบว่าเอกสารบางอย่างยังไม่ถูกต้อง แต่ก็มีการผ่านแดนเข้ามาแล้ว อีกทั้งยังพบว่ามีการเก็บแร่เอาไว้ในที่ชุมชนในเมือง โดยจากนี้ไปจะมีการบูรณาการและพูดคุยกัน เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของแร่ได้ เพื่อให้มีความมั่นใจว่าแร่ที่ผ่านเข้ามานั้นเป็นแร่เถื่อนหรือแร่ที่ถูกต้องจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางตำรวจภูธรจังหวัดระนองพร้อมรับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะกดดันในการนำเข้าแร่มาจากประเทศเพื่อนบ้านต่อไป


