หน้าแรก ภูมิภาค บัส 2 ชั้น นั...

บัส 2 ชั้น นัดรวมพล 4 มิ.ย. ขอเปิดทางเขาพับผ้าตรัง-พัทลุง หลังขบ.สั่งหยุดเดินรถ โอดกระทบ ต้นทุนต้องอ้อมกว่า 100 โล

1.06.25 | 20:43 น.

บัส 2 ชั้น นัดรวมพล 4 มิ.ย. ขอเปิดทางเขาพับผ้าตรัง-พัทลุง หลังขบ.สั่งหยุดเดินรถ โอดกระทบ ต้นทุนต้องอ้อมกว่า 100 โล  ฟุ้ง 10 ปีที่ผ่านมาเส้นทางนี้ไร้อุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ได้ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่ง ดำเนินการจัดรถโดยสารประเภทรถโดยสารชั้นเดียวเข้าทำการเดินรถแทนในเส้นทางดังกล่าว กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเปลี่ยนรถตามที่กำหนดได้ ให้กรมการขนส่งทางบก หารือกับผู้ประกอบการในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินรถเป็นเส้นทางอื่นที่มีความปลอดภัย และไม่ผ่านจุดเสี่ยงตามที่กำหนด ทั้งนี้ ในส่วนของรถโดยสารไม่ประจำทางเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ส่วนรถโดยสารประจำทางมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (1มิ.ย.) เป็นต้นไป ทำให้ส่งผลกระทบทั้งผู้ประกอบ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ห้องพัก ต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนคำสั่งในเส้นทางเขาพับผ้าดังกล่าว โดยระบุว่าที่ผ่านมาเส้นทางเขาพับผ้ารถบัส รวมทั้งรถบัส 2 ชั้น ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน

นายณัฐวัตร ตันศิริเสถียร ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ยืนยันว่าการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่ประกาศดังกล่าวของขบ. ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งผู้ประกอบการเดินรถ รวมถึงภาคธุรกิจเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านของฝาก โรงแรมที่พัก ธุรกิจทัวร์นำเที่ยว ฯลฯ โดยเฉพาะเส้นทางเขาพับผ้าถือเป็นเส้นทางหลักเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างกลุ่มจังหวัดอันดามันกับ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง(ยะลา,ปัตตานี , นราธิวาส , สงขลา) ซึ่งที่ผ่านมารถทัวร์ 2 ชั้น ใช้เส้นทางเขาพับผ้าในการขนส่งผู้โดยสาร ทั้งแบบประจำทาง และแบบเช่าเหมาคัน ซึ่งจากประกาศดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนเส้นทางโดยการวิ่งอ้อมใน 2 เส้นทางได้แก่ 1.อ้อมไปใช้เส้นทางผ่าน จ.สตูล ซึ่งกินระยะทางเพิ่มนับร้อยกิโลเมตร และ 2.อ้อมผ่านอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกินระยะทางเพิ่มอีกนับร้อยกิโลเมตรเช่นกัน ทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเดินอัตราเหมารถบัส 2 ชั้นเฉลี่ยอยู่ที่คันละ 1.2 หมื่นบาท/วัน แต่เมื่อต้องวิ่งอ้อม ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นเป็น 1.5-1.6หมื่นบาท/วัน ทำให้ลูกค้าหาย

Advertisement

“แน่นอนว่ามาตรการควบคุมความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อมีประกาศออกมาแต่ไม่มีมาตรการรองรับใดๆตามมา โดยเฉพาะการกำหนดเส้นทางเดินรถสำรอง ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อรถประจำทางตามทะเบียนขนส่งทางบกที่ระบุเส้นทางการเดินรถไว้อย่างชัดเจน เมื่อมีประกาศห้ามใช้เส้นทางเขาพับผ้า ทำให้รถต้องวิ่งอ้อมนอกเส้นทางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมขนส่งทางบก จะถือว่าวิ่งนอกเส้นทางและผิดกฎหมายหรือไม่”

นายณัฐวัตร กล่าวอีกว่า แต่ในแง่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันทีแล้ว เพราะสถิติของจ.ตรัง จำนวนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะผู้มาท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีข้อมูลจากเอกชนภาคท่องเที่ยวทางทะเลระบุว่า จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาที่ยวทะเลตรังซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ กว่าครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจาก 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ที่โดยสารมากับกลุ่มทัวร์ซึ่งใช้บริการรถบัส 2 ชั้น ซึ่งประกาศดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก นอกจากนี้จากการสอบถามเครือข่ายผู้ประกอบการเดินรถท่องเที่ยว เส้นทางเขาพับผ้าในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา เรายังไม่เคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถบัส 2 ชั้นเลย จึงอยากให้กรมขนส่งฯได้พิจารณาทบทวน โดยหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประเมินเหตุผลปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมถึงผลกระทบทั้งหมด เพื่อหาทางออกร่วมกัน

“ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ทางเครือข่ายผู้ประกอบการเดินรถบัส 2 ชั้น จะมีการรวมตัวกันที่อันดามันเกตเวย์ บนเขาพับผ้า เพื่อแสดงออกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จะมีการเปิดเวทีเสวนาสะท้อนในทุกแง่มุม ทั้งบวกและลบ เพื่อสรุปเป็นข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาทบทวนการดำเนินการต่อไป และยืนยันว่าเป็นการรวมตัวกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการปิดถนนที่ก่อให้เกิดผลกระทบ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่กระทรวงคมนาคม ได้มีการประชุมหารือกันในเรื่องนี้ระหว่างรมช.คมนาคม และสมาคมรถทัวร์ไทย โดยสมาคมฯได้เสนอให้มีการพิจารณาทบทวนในทั้ง 7 เส้นทาง ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปกันต่อไป แต่ในส่วนของ 2 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ 1.เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง และ 2.เส้นทางหลวงหมายเลข 118 ช่วงเส้นทางเชียงใหม่-ดอยนางแก้ว อาจจะมีข่าวดีในเรื่องการทบทวนยผ่อนปรนกันต่อไป”นายณัฐวัตร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางที่มีความลาดชัน 7 เส้นทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกออกประกาศห้ามรถทัวร์ 2 ชั้นเดินรถ ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข118 ช่วงเชียงใหม่-ดอยนางแก้ว 2.ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ฮ่องสอน-แม่ตีบ 3.ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงป้ว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 4.ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์-โคกงาม 5.ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติกูหินร่องกล้า 6.ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว และ 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง–พัทลุง