หน้าแรก ภูมิภาค ญาติร้อง ม.3 ...

ญาติร้อง ม.3 ถูกนักเรียนกว่า 10 คน รุมทำร้ายกลางห้องเรียน ซ้ำร.ร.ดังปัตตานีเงียบกริบ-ไร้เงาดูแล

2.06.25 | 11:17 น.

ญาติร้อง ม.3 ถูกนักเรียนกว่า 10 คน รุมทำร้ายกลางห้องเรียน ซ้ำร.ร.ดังปัตตานีเงียบกริบ-ไร้เงาดูแล


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวขิง นักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนสอนศาสนาเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ถูกกลุ่มนักเรียนกว่า 10 คนรุมทำร้ายกลางห้องเรียน จนร่างกายบอบช้ำอาการสาหัส ต้องหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เด็กผู้เคราะห์ร้ายถูกกลุ่มเพื่อนรุมทำร้ายภายในห้องเรียน โดยไม่มีครูหรืออุสตาซเข้าห้าม หรือแม้แต่รับรู้ จนเด็กเกือบหมดสติ ญาติต้องพาเข้า รพ.เอง เพราะทางโรงเรียนไม่ส่งตัว ไม่โทรแจ้ง ไม่ทำอะไรเลย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา เด็กมีอาการเจ็บหน้าอก ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน พ่อแม่ไปตรวจอีกครั้งเมื่อเข้าตรวจที่โรงพยาบาล พบว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ต้องให้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด

Advertisement

ต่อมา มูลนิธิเป็นหนึ่ง เข้ามาดูแลประสานสิทธิให้เด็กผู้เสียหายแล้ว พร้อมช่วยเหลือทั้งทางกฎหมายและการเยียวยาเบื้องต้น

ด้านครอบครัวเด็ก เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากโรงเรียน ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร จะเยียวยาหรือดูแลทางใจยังไงก็ไม่พูดถึง แล้วถ้าหลานเราไม่บอก? ถ้าไม่มีใครเจอ เขาอาจนอนเจ็บจนหมดลมหายใจอยู่ตรงนั้นก็ได้ ปล่อยให้เด็กโดนยำทั้งที่อยู่ในโรงเรียน พร้อมตั้งคำถามว่า โรงเรียนที่ควรเป็นสถานที่ปลอดภัย ทำไมจึงไร้การดูแลเด็กนักเรียนในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ทั้งที่ครูและอุสตาซมีอยู่เต็มโรงเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งครอบครัวยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงต่อความปลอดภัยของเยาวชน และสะท้อนถึงช่องโหว่ของระบบดูแลภายในโรงเรียนอย่างชัดเจน

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ณภัชกมล สังข์แก้ว” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า

วันนี้ 1 มิ.ย. 2568 เวลา 16.00 น.

อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี  และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปัตตานี ได้เข้าเยี่ยมและดูอาการผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนชาย อายุ 14 โรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี และได้พูดคุยกับครอบครัว พร้อมทั้งได้สอบถามข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลไปดำเนินการและดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป