หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของควายติ...

เจ้าของควายติดแอนแทรกซ์ เผยซื้อมาไม่มีอาการ แต่แหกคอกเลยยิง ชำแหละขายไป 50 ราย

2.06.25 | 16:59 น.

ทีมสอบสวนโรค สสจ.สระแก้วลงพื้นที่ จุดแพร่ระบาดโรคแอนแทรกช์ ด้านปศุสัตว์ระดมพ่นยาฆ่าเชื้อ ทำลายเศษอวัยวะควายที่หลงเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ถึงความคืบหน้าการปฏิบัติการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ที่มีการพบผู้ป่วยชายรายแรก ที่มีภูมิลำเนาอยู่ ต.ท่าแยก อ. เมือง จ.สระแก้ว ซึ่งขณะนี้ ได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลพยาบาลพัทยาปัทมคุณ จังหวัดชลบุรี


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ทีมสอบสวนโรคจากสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สระแก้ว และ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้ลงพื้นที่พ่นยาฆ่าเชื้อโรค ทั้งสองจุด พร้อมกับประกาศให้ ตำบลท่าแยกเป็นเขตกักกันสัตว์ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ประเภท วัว ควาย แพะ แกะเป็นเวลา 1 เดือน

จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพ่นยาในคอกควายและบริเวณรอบ ๆ รวมทั้งบริเวณที่มีการชำแหละเนื้อควาย ภายในบ้านของนายวุฒิพงษ์ เจ้าของควาย หมู่ที่ 8 บ้านคลองผักขม ต.ท่าแยก พร้อมกับแนะนำแนวทางปฎิบัติในการควบคุมโรคอย่างละเอียด โดยเน้นย้ำที่การห้ามปล่อยควายหรือเคลื่อนย้ายออกจากคอก โดยเด็ดขาด ส่วนจุดที่สองเข้าไปพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในป่ายูคาลิปตัส บ้านปางสีดา หมู่ที่ 15 ซึ่งเป็นจุดที่ควายถูกยิงตาย

ในขณะเดียวกัน ทางด้านด่านกักสัตว์จังหวัด ได้ตั้งด่านจำนวน 3 ด่านในพื้นที่ ต.ท่าแยก เพื่อควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกพื้นที่โดยเด็ดขาดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

Advertisement

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ทีมสอบสวนโรคได้เดินทางไปประชุมร่วมกันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) บ้านคลองผักขม ต. ท่าแยก เพื่อสอบสวนโรคอย่างละเอียด โดยมีนายวุฒิพงษ์ เจ้าของควายได้เข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลด้วย

นายวุฒิพงศ์ เจ้าของควาย กล่าวว่า ควายที่เป็นตัวแพร่เชื้อโรคแอนแทรกช์ ได้ซื้อมาจากพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตอนที่นำควายมาที่บ้าน ก็เป็นปกติดีไม่มีอาการใดๆ แต่ขณะที่ถูกขังอยู่ในคอก ได้เกิดพยศแหกคอกวิ่งหนีเข้าไปในป่ายูคาลิปตัส ในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านปางสีดา ต. ท่าแยก ห่างจากคอกประมาณ 3 กิโลเมตร ตนไม่สามารถจับตัว จึงตัดสินใจยิงทิ้งแล้วชำแหละเนื้อออกขายในหมู่บ้านคลองผักขมประมาณวันที่ 9 เม.ย.ผ่านมา มีผู้มาซื้อเนื้อควายไปบริโภค ประมาณ 50 ราย โดยเป็นคนในกลุ่มหมู่บ้านคลองผักขม และใกล้เคียง ประมาณ 20-30 ราย แต่คนที่บริโภคหรือกินแต่ละบ้านที่ซื้อไป อาจจะมีมากกว่า 1 คนต่อบ้าน