หน้าแรก ภูมิภาค คนเลี้ยงโคขุน...

คนเลี้ยงโคขุนเฮ! พณ.จ่อขึ้นทะเบียน GI ‘เนื้อสุรินทร์’ ไขมันแทรกเกรดญี่ปุ่น ผลิตได้ปีละ 1.4 แสนกก.

2.06.25 | 17:49 น.

ผู้ประกอบการโคขุนเฮ พาณิชย์ ประกาศจ่อขึ้นทะเบียน GI เนื้อสุรินทร์ สินค้าเกษตรคุณภาพ เกรดพรีเมียม ไขมันแทรกระดับเนื้อญี่ปุ่น มีปริมาณการผลิตกว่า 144,000 กิโลกรัมต่อปี มูลค่าการตลาดรวมกว่า 43 ล้านบาท สร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน หลังกระทรวงพาณิชย์เตรียมประกาศขึ้นทะเบียน “เนื้อสุรินทร์” ซึ่งเป็นเนื้อโคขุนคุณภาพสูง มีลักษณะเนื้อสีแดงอมชมพู มีไขมันแทรก เมื่อปรุงสุกจะให้รสชาติที่ดี เนื้อนุ่ม และไม่มีกลิ่นสาบ มีระดับคะแนนไขมันแทรกที่ 3 ขึ้นไปตามมาตรฐานการตัดเกรดเนื้อโคของญี่ปุ่น ซึ่งผลิตจากโคเนื้อลูกผสมระหว่างโคสายพันธุ์ลูกผสมในพื้นที่และโคสายพันธุ์วากิว 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ได้โคเนื้อลูกผสมสายเลือดวากิว 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปผ่านกระบวนการเลี้ยง โดยใช้ผลผลิตที่ได้จากการปลูกหญ้าและปลูกข้าวที่มีคุณภาพดีในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เช่น ฟางข้าว รำข้าว และแกลบ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับโค ทำให้โคเจริญเติบโตได้ดี มีน้ำหนักตัวมาก

ประกอบกับสภาพอากาศที่มีความเหมาะสมกับการเลี้ยงโค ส่งผลให้โคมีสุขภาพแข็งแรง กินอาหารได้มาก และไม่ป่วยง่าย ประกอบกับกระบวนการแปรสภาพ และการตัดแต่งซากตามมาตรฐานสากล ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันมีปริมาณการผลิตกว่า 144,000 กิโลกรัมต่อปี มูลค่าการตลาดรวมกว่า 43 ล้านบาทต่อปี

โดยที่ฟาร์มเนื้อสุรินทร์ หมู่ 3 บ้านทนง ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พื้นที่ 7 ไร่ นางเคียงเดือน สงวนชื่อ หรือเจ้กุ้ง อายุ 54 ปี เจ้าของฟาร์มและเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนโคขุน สุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าชมกระบวนการเลี้ยงโคขุนในฟาร์มปิดที่เข้มงวด โดยผู้ที่เข้าไปภายในฟาร์มทุกคนต้องสวมรองเท้าบู๊ตเหยียบผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้า เพื่อป้องกันเชื้อโรคสู่วัวในฟาร์ม ที่มีอยู่ประมาณ 200 กว่าตัว ไล่ลำดับขนาดตั้งแต่อายุ 6 เดือนไปจนถึงขนาด 25 เดือน (26 เดือนครบกำหนดกระบวนการแปรสภาพ) ภายในฟาร์มมีระบบสุขาภิบาลที่ดีเพื่อการจัดการและดูแลโคอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดูแลเรื่องอาหาร น้ำ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของโคขุน ส่งผลให้โคขุนมีสุขภาพแข็งแรง กินอาหารได้มาก และไม่ป่วยง่าย

Advertisement

นางเคียงเดือน กล่าวว่า ทางกลุ่มวิสาหกิจฯได้พัฒนาระบบการจัดการทั้งการพัฒนาคุณภาพของสายพันธุ์ และการจัดการระบบของการบริหารฟาร์มที่ได้คุณภาพและมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาก็มีผู้รับซื้อที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ทราบว่าที่เมืองไทยมีคนที่ทำลูกผสมวัววากิว ก็มีการมาติดต่อที่ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ขอซื้อทุกตัว เลยเป็นขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกร ซึ่งทำแล้วมีตลาดรองรับ มีราคาซื้อขายล่วงหน้า

จากนั้นก็มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี จนกระทั่งปี 2556 ก็เริ่มมาจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เพื่อจะให้เป็นกลุ่มที่สามารถมีระเบียบข้อบังคับ และขอสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐได้ มีตั้งข้อระเบียบต่างๆ ขึ้น คือแม่พันธุ์ผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ที่กำหนด ลูกออกมานำไปขายที่ใด ราคาอย่างไร ก็ปรับกันมาเรื่อยๆ ส่วนคนที่มีประสบการณ์ก็จะทำหน้าที่เป็นคนขุน โดยส่วนใหญ่ประมาณ 90% จะเป็นเกษตรกรที่มีแม่พันธุ์แล้วได้ลูกออกมา ซึ่งคนขุนก็จะมีโรงเรือนในลักษณะที่ได้มาตรฐานอยู่ประมาณ 10 ราย ในกลุ่มวิสาหกิจ โดยใช้วิธีการว่าให้คนเก่งคนมีประสบการณ์เป็นคนขุน ส่วนของสมาชิกที่สร้างเครือข่ายด้วยกัน ตอนหลังแม่พันธุ์จะต้องขึ้นทะเบียน จะได้บอกที่มาที่ไปได้ มีระดับสายเลือดวากิวเท่าไหร่ เพราะเมื่อเป็นเนื้อมาจะรู้ได้เลยว่าดีและสามารถนำไปทำซ้ำได้

พัฒนาจนมาถึงระดับหนึ่งที่เรียกว่า GI คือ สิ่งที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเราก็มีพร้อมคือการใช้พืชที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น คือ ข้าวหอมมะลิมาปรุงเป็นอาหารให้กับวัว ทั้งฟางข้าวหอมมะลิ รำข้าวหอมมะลิและปลายข้าวหอมมะลิ มาผสมให้กับวัวกิน ซึ่งได้เลี้ยงมาแต่เล็ก เมื่อวัวได้กินอาหารซ้ำๆ ตั้งแต่อายุ 6 เดือนจนถึงเดือนสุดท้าย ทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ทางด้านกลิ่นของเนื้อจะออกหอมๆ เหมือนกลิ่นใบเตยอ่อนๆ จึงทำให้สุรินทร์เราเกิดข้อแตกต่าง

โดยขั้นตอนหลักเกณฑ์ที่กำหนดจะทำให้ได้ GI ที่ใช้ชื่อเรียกว่าเนื้อสุรินทร์ ก็ต้องมีการเรียกสมาชิกเข้ามาทำความเข้าใจและตั้งกติกาว่า จะต้องทำตามหลักการและกติกานี้ก็จะสามารถใช้เครื่องหมายนี้ได้ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ไม่สามารถใช้เครื่องหมายได้ โดยตอนนี้ได้มีการยื่นผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์แล้ว และหากไม่มีผู้คัดค้านภายใน 90 วันนี้ ก็จะสามารถได้รับการจดทะเบียน GI ในนามจังหวัดสุรินทร์ ชื่อ เนื้อสุรินทร์ จากนั้นใครจะเข้าไปขอใช้เครื่องหมายนี้ ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดที่ได้ยื่นขอเพื่อจดทะเบียน เช่น แม่วัวต้องขึ้นทะเบียน ลูกวัวที่เอามาส่งต้องอายุ 6 เดือน และไม่เกิน 12 เดือน น้ำหนักไม่น้อยกว่า 120 กิโลกรัม การเลี้ยง การขุน ต้องมีฟางข้าวหอมมะลิ รำข้าวและปลายข้าว เป็นตัวหลัก เวลาส่งแปรสภาพไป เนื้อจะมีไขมันแทรกเกรดมากน้อยที่แตกต่างกัน โดยกำหนดต้องอยู่ที่เกรด 3 ขึ้นไป จากทั้งหมด 6 เกรดระดับของไขมันแทรก หากทำได้ตามข้อกำหนด ก็สามารถที่จะไปยื่นขอตรา GI คือเนื้อสุรินทร์ ไปติดที่ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวของเราได้เลย

การขึ้นทะเบียนสินค้า GI เนื้อสุรินทร์ เกษตรกรจะได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องของมูลค่าทางการตลาด การการันตีคุณภาพของเนื้อวัว ที่รับรองโดยตรา GI จากหน่วยงานของรัฐ เป็นตรากลางที่กำหนดมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ก็จะเป็นผลดีต่อสินค้า ได้มูลค่าเพิ่มอย่างแน่นอน ได้ความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐานชัดเจน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพต่อผู้บริโภคเนื้อวัวของเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์

 

เตรียมพบกับการกลับมาปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ พบกับบริการตรวจสุขภาพเชิงรุกนอกโรงพยาบาลเพื่อสร้างการตระหนักรู้ ดูแล แก้ไข และป้องกัน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการดูแลสุขภาพและสุขภาวะเชิงรุกครบทุกมิติ มุ่งสู่เป้าหมายของการมีสุขภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

.

ตรวจสุขภาพฟรีจาก 30 รพ. ชั้นนำ, ฟังเสวนาที่ดีที่สุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง, เวิร์กช็อปฮีลใจและยกระดับการดูแลสุขภาพ ช้อปสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และคลินิกเพื่อสุขภาพและความงาม, พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล

ห้ามพลาด!  Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึง 29 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์, ชั้น 5, สามย่านมิตรทาวน์

.

พร้อมติดตามทุกการเคลื่อนไหว อัพเดตทุกรายละเอียดของงาน Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ได้ที่เพจ Matichon Healthcare (https://www.facebook.com/MatichonHealth) และทุกสื่อในเครือมติชน