หอการค้าบุรีรัมย์ประเมินความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเศรษฐกิจ
ประธานหอการค้าบุรีรัมย์ ชี้การขัดแย้งไทย-กัมพูชา แบ่งเป็น 3 ระดับแต่ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดมากเพราะเป็นเพียงจุดผ่อนปรน มีข้อจำกัดในการผ่านด่านมากกว่าจุดอื่น
จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีพิพาทเรื่องเขตแดน ซึ่งที่ผ่านมา ไทยพยายามเจรจาโดยสันติวิธีขอให้ทหารกัมพูชาถอยออกจากพื้นที่ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ประเทศไทย 200 เมตร บริเวณช่องบก แต่ได้รับการปฏิเสธจากกองทัพทหารของกัมพูชา กระทั่งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ไทยประกาศควบคุมเข้มจุดผ่านแดนฝั่งไทยทุกจุดพร้อมเตือนประชาชนชาวไทยหากไม่จำเป็นอย่าข้ามไปประเทศกัมพูชาอย่างเด็ดขาดเพราะด่านอาจปิดทันทีหากมีการใช้กำลังทหารเข้าแก้ไขปัญหา
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดใน 7 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี,ตราด ,สระแก้ว ,บุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีชายแดนที่มีแนวเขตติดกับประเทศกัมพูชา และช่องผ่านแดนถาวร 6 แห่ง จุดผ่อนปรนอีก 10 แห่งรวม 16 ด่าน
ช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เป็นจุดผ่อนปรนซึ่งมีชาวกัมพูชา มาซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคสัปดาห์ละหลายพันคน ส่วนชาวกัมพูชาจะนำสินค้าเป็นของป่าข้ามมาขายในฝั่งไทย
น.ส.พูลทรัพย์ เทพนคร ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น ตอนนี้แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1. ความตึงเครียดที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเพราะการค้าขายยังมีอยู่บ้าง ประกอบกับการข้ามไปชายแดนช่องสายตะกู ไปฝั่งกัมพูชา ด่านนี้จะกำหนดให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน อยู่ใน อ.บ้านกรวด ข้ามไปได้เท่านั้น ทำให้ยอดเงินหมุนเวียนยังไม่มากถึงแม้ไม่มีความขัดแย้งก็ตาม
ระดับ 2 คือการปิดด่านทุกด่านจะส่งผลกระทบกับผู้ที่มีอาชีพค้าขายและผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปเพียงในจุดเดียวไม่กระทบไปทั้งจังหวัด และหากขึ้นไประดับ 3 คือการปะทะหรือสู้รบกัน ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนตามแนวชายแดนที่จะต้องอพยพตามแผนที่ทางการเตรียมไว้ ระดับนี้จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรซึ่งมีทั้งสวนยางพารา ไร่มันสำปะหลัง และนาข้าว แต่มีไม่กี่ตำบล
ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า ภาพโดยรวมของจังหวัดบุรีรัมย์ถือว่าหากจะเกิดอะไรขึ้นยังไม่กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจมากนัก เพราะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่ใช่ระดับท้องถิ่น เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาล

