ประมูลทุเรียน3น้ำสมุทรสงคราม ลูกละ 5 หมื่น ได้เงิน 5 แสน สนับสนุนเรียนฟรี ที่วัดอินทาราม
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พระเมธีวัชรประชาทร (ผศ.ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ในฐานะ ผอ.หน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ณ วัดอินทาราม ได้ร่วมกับนักศึกษาจัดประมูลทุเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจาก นายเอกชัย เทียนชัย กำนัน ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที เจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่ในจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งได้ถวายทุเรียนเกรดพีเมี่ยมที่กำลังแก่ได้ที่น่ารับประทาน 15 ลูก เป็นพันธุ์หมอนทองขนาด 4 ก.ก.ขึ้นไป 12 ลูก และพันธุ์ก้านยาวอีก 3 ลูก น้ำหนักลูกละประมาณ 2.5 ถึง 4 กิโลกรัม จัดประมูลทุเรียนการกุศลเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับลูกหลานชาวสมุทรสงครามและพื้นที่ใกล้เคียงที่มาเรียนฟรี (ปริญญาตรี, ป.บท., ป.บส.) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
โดยพระเมธีวัชรประชาทรได้มอบเงินสนุบสนุนเหล่ากาชาดจังหวัด 20,000 บาท ให้กับนางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประมูลดังกล่าว ก่อนที่ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม จะมอบทุเรียนหมอนทองขนาด 3.5 ก.ก.ให้กับนายวีระนิจ เหลืองรัตนเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสงคราม และ น.ส.ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สว.จ.สมุทรสงคราม ที่ชนะการประมูลออนไลน์ ทางเพจ ที่นี่สมุทรสงคราม มูลค่า 6,000 บาท ก่อนที่ผู้ใจบุญทั้ง 2 ท่าน จะมอบทุเรียนดังกล่าวให้พระเมธีวัชรประชาทร เพื่อร่วมประมูลในครั้งนี้
จากนั้นบรรยากาศของการยื่นบิดสู้ราคา ภาคเอกชนที่เข้าร่วมประมูลต่างไม่ยอมแพ้ ที่จะได้ร่วมทำบุญให้กับวัดอินทาราม สนับสนุนการศึกษาให้กับลูกหลานชาวสมุทรสงครามและพื้นที่ใกล้เคียงที่มาเรียนฟรี (ปริญญาตรี, ป.บท., ป.บส.) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผลปรากฏว่าผู้ร่วมประมูลทำบุญไปรวม 367,000 บาท บริจาคเพิ่มเติมอีก 192,000 บาท รวมทำบุญทั้งสิ้น 559,000 บาท โดยในจำนวนนี้มีผู้ประมูลทำบุญมากที่สุดคือนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้ประมูลทุเรียน 3 น้ำ พันธ์ก้านยาว จำนวน 1 ลูก รวม 50,000 บาท ส่วนนายกอบชัย พฤทธิพัฒนพงษ์ รองประธานหอการค้า จ.สมุทรสงคราม ประมูลทุเรียนหมอนทองสูงสุด ราคา 35,000 บาท
นายเอกชัย เทียนชัย เจ้าของสวนทุเรียน บอกว่าตนปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาวมากว่า 20 ปี บนพื้นที่ 34 ไร่ ขณะนี้มีเกือบ 1,000 ต้น นอกจากจะให้ผลผลิตที่ดีแล้วรสชาติยังอร่อยเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคทำให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ไม่น้อยไปกว่าส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่และลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ตนตั้งชื่อว่า ทุเรียน 3 น้ำ เนื่องจากสมุทรสงครามมีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ดินจึงมีคุณสมบัติพิเศษ ผลไม้รสชาติดีไม่เหมือนใคร ทำให้ทุเรียนให้ผลผลิตดีมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน เนื้อเยอะนุ่มละเอียด เมล็ดลีบ รสชาติหอมหวานมันอร่อยกว่า ทุเรียนที่อื่นๆ เน้นปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ได้ราคาดีและต้องจองถึง 4 ปีกว่าจะได้กิน

“เห็น ผศ.ดร.หลวงพ่อแดงฯ เปิดวัดเป็นสถานศึกษาให้ชาวสมุทรสงครามและพื้นที่ใกล้เคียงได้เรียนฟรี และมีนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เงินแต่ละเดือนเยอะมาก จึงถวายทุเรียน 3 น้ำ เกรดพีเมี่ยม ซึ่งปกติพันธุ์หมอนทองกิโลกรัมละ 350 บาทขึ้นไป และพันธุ์ก้านยาวกิโลกรัมละ 2,000 บาทขึ้นไป เพื่อนำไปจัดประมูลต่อยอดนำเงินรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายนำไปสนับสนุนการศึกษาของวัดต่อไป”
พระเมธีวัชรประชาทร กล่าวว่า การศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยปณิธานอันแน่วแน่นี้ วัดอินทารามโดยการนำของอาตมา จึงริเริ่มโครงการจัดจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ และประชาชนทั่วไป ได้เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อปี พ.ศ.2565 อาตมาพร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดอินทาราม จึงจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น ประกอบกับคณะสงฆ์ จังหวัดสมุทรสงคราม มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเปิดหน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดอินทาราม เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณร ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงครามและประชาชน ได้มีที่ศึกษาเล่าเรียนโดยไม่ต้องเดินทางไปศึกษาต่างจังหวัด เพื่อพัฒนาพระสงฆ์และบุคลากรทางศาสนาให้มีศักยภาพในการธำรงรักษา เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและเป็นแกนหลักในการพัฒนาจิตใจและสังคมอย่างกว้างขวาง
วัดอินทาราม จึงร่วมกับ ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ดำเนินการจัดการศึกษา เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น (ป.บท.) หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ณ วัดอินทาราม ซึ่งทางหลักสูตรได้จัดการเรียนการสอนโดยไม่เก็บค่าการศึกษา
โดยมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้และความเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด 110 รูป และในปีการศึกษา 2568 ได้มีนักศึกษาสมัครเรียน และกำลังจะเข้าศึกษา 178 รูป และกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีจำนวน 67 คน โดยนักศึกษาทุกคนเรียนฟรีไม่ต้องเสียหาใช่จ่ายแต่อย่างใด