หน้าแรก ภูมิภาค ตรวจซ้ำเขาพับ...

ตรวจซ้ำเขาพับผ้า หลังบัส2ชั้นฮือประท้วงคำสั่งห้ามวิ่ง 7 เส้นทางเสี่ยง ส่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย

8.06.25 | 14:57 น.

รองปลัดคมนาคมลงตรวจซ้ำเขาพับผ้า หลังบัสสองชั้นฮือประท้วงคำสั่งห้ามวิ่ง 7เส้นทางเสี่ยงส่อไม่ชอบด้วยกม. สปส.ลั่น หากผลตรวจไม่เข้าเกณฑ์ อารยะขัดขืนเดินรถทันที ลุยฟ้องศาลปกครองสัปดาห์หน้า


ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ว่า จากกรณีการชุมนุมประท้วงของผู้ประกอบการรถบัสโดยสาร 2 ชั้น ซึ่งชุมนุมรถบัส 2 ชั้นกว่า 100 คัน ที่บริเวณอันดามันเกตเวย์ ถนนเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา นำโดยสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย (สปส.) พร้อมยื่นหนังสือเรียกร้องไปยัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้ยกเลิกกรณีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยงที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งผู้ประกอบการเดินรถที่ต้องวิ่งอ้อมเพิ่มระยะทางอีกนับร้อยกิโลเมตร ไปใช้เส้นทาง จ.สตูล หรือไปใช้เส้นทาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แทน รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ห้องพัก ต่างออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนคำสั่งในเส้นทางเขาพับผ้าดังกล่าว โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเส้นทางเขาพับผ้ารถบัส รวมทั้งรถบัส 2 ชั้น ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน โดยเชื่อว่าเป็นคำสั่งออกโดยมิชอบ เนื่องจากถนนเขาพับผ้ามีความลาดชันไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ประกาศได้ แม้จะมีความลาดชัน 8% ตามเกณฑ์ แต่ระยะทางของความลาดชันมีเพียงไม่เกิน 1 กิโลเมตร ไม่ได้ต่อเนื่องยาว 5 กิโลเมตรตามเงื่อนไขของประกาศ

โดยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ตัวแทนผู้ประกอบการรถบัส 2 ชั้น ได้ประชุมร่วมกับนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม และตัวแทนกรมการขนส่งฯ ที่กระทรวงคมนาคม โดยที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสี่ยงของเส้นทางร่วมกันใหม่อีกครั้ง หากไม่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงจะมีการทบทวน หรือยกเลิกประกาศต่อไป

คืบหน้าล่าสุด วันนี้ (8 มิ.ย.68) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง และคณะ ลงพื้นที่เส้นทางเขาพับผ้าตรัง-พัทลุง เพื่อดูสภาพเส้นทาง โดยมีผู้แทนจาก 4 ฝ่าย ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงคมนาคม, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย (สปส.) ร่วมลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์เกณฑ์ความลาดเอียงและระยะทางเสี่ยง โดยฝ่ายสมาคมฯยืนยันเป็นเส้นทางที่ไม่เข้าเกณฑ์การออกประกาศห้าม เนื่องจากแม้จะมีบางช่วงที่ลาดชันเกิน 8% ระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร ไม่มีช่วงที่ลาดชันยาวต่อเนื่องเกินกว่า 5 กิโลเมตร

Advertisement

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง กล่าวว่า เป็นการตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของพื้นที่ ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับเป็นข้อมูลจากส่วนกลาง จึงต้องลงพื้นที่ให้เห็นภาพของสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย เพื่อหามาตรการอย่างอื่นได้หรือไม่อย่างไร เป็นการหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อยากให้ทางสมาคมฯสบายใจว่าเราต้องการแก้ปัญหาตามที่สมาคมฯเรียกร้องมา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาเป็นนโยบายก็มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องผู้โดยสารรถทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ การดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางได้รับประโยชน์สูงสุด และเราต้องตรวจสอบดูถึงเรื่องผลกระทบต่างๆ ของผู้ประกอบการที่เรียกร้องมา เราพยายามหาเพิ่มมาตรการกำกับความปลอดภัยในบางเรื่อง การลงพื้นที่ครั้งนี้มีตัวแทนจากสภาวิศวกรรมมาด้วย ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อพิจารณาในข้อเท็จจริงต่างๆ ส่วนอำนาจของการพิจารณาเป็นเรื่องของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งตนจะรับข้อเสนอในพื้นที่ไปหารือกับคณะกรรมการฯต่อไป ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการจะฟ้องศาลปกครองนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับประชาชน ที่สามารถแสวงหาความยุติธรรมได้

“จากการดูสภาพพื้นทางฝั่งจังหวัดพัทลุง หากวิ่งจากจังหวัดตรังพบมีความลาดชัน 8% จำนวน 4 จุด และความลาดชัน 9.6% จำนวน 2 จุด แต่ไม่มีป้าย 9.6% เนื่องจากคิดเป็นค่าเฉลี่ยที่ 8% โดยพื้นที่ในฝั่งพัทลุงเป็นทางลาดชันขึ้นลง ลงแล้วก็ขึ้น แม้จะมีจุดที่น่ากลัวที่ความชัน 9.6% แต่ยังมีไหล่ทางที่กว้าง และสภาพถนนดีมาก” นายสรพงศ์กล่าว

ด้านนายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย (สปส.) กล่าวว่า เรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสารนั้น การแก้ปัญหาไม่ใช่ห้ามรถวิ่งเสียทีเดียว เพราะมีอีกหลายวิธีที่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหมดมาจากการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เราสามารถเลือกจำกัดความเร็วต่ำได้ มองว่าการแก้ปัญหาด้วยการห้ามรถวิ่งไม่ได้มาจากการศึกษาข้อมูลที่แท้จริง หากยังยืนกรานจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง

นายสุริยะกล่าวว่า ส่วนเรื่องของการฟ้องศาลปกครองจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า ส่วนกฎเกณฑ์ความลาดชัน 8% ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร ตนมั่นใจว่าเส้นทางของเขาพับผ้าไม่ยาวต่อเนื่องตามเกณฑ์ห้าม เพราะได้ไปดูข้อมูลกายภาพมาแล้ว ส่วนประเด็นความลาดชัน 9.6% ก็ไม่มีผลเช่นกัน เพราะไม่ได้ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร การสำรวจใหม่ครั้งนี้ฝ่าย สปส.เป็นคนร้องขอให้มีตัวแทนจากสภาวิศวกรรมมาร่วมด้วย เพราะเชื่อมั่นในจรรยาบรรณของวิศวกร และน่าจะให้ผลตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้หากกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง เราจะทำการอารยะขัดขืนด้วยการเดินรถต่อไป