ทม.แม่เหียะ ชี้แจงดราม่าพิธีเลี้ยงดง หลังเจอกระแสสังคมถล่มจากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นงานอีเวนต์ร่างทรงใหม่ขาดความเข้าใจในพิธีกรรม จนชาวบ้านหมดศรัทธา
หลังเกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชียล งานประเพณีเลี้ยงดง บวงสรวง “ปู่แสะย่าแสะ” ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 4 (แม่เหียะ) ม.2 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ประเพณีเลี้ยงดง หมายถึง เซ่นสรวงดวงวิญญาณผีใบป่า เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาหลายร้อยปีหลายช่วงอายุคน เพื่อบวงสรวงปู่แสะ-ย่าแสะ ที่คอยปกปักรักษาผืนป่าดอยสุเทพ และดูแลชาวบ้านให้อยู่อย่างสงบสุข
แต่การจัดพิธีเลี้ยงดงปีนี้เกิดกระแสวิพารณ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก จากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นการแสดง หรือ งานอีเวนต์ที่จัดขึ้นเพื่อความบันเทิง มีการตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น มีการเปลี่ยนตัวร่างทรงใหม่ จึงขาดความเข้าใจในพิธีกรรม ร่างทรงลงทรงก่อนที่พ่ออาจารย์จะตั้งข้าวหลวง และอ่านโองการ เพื่อทำพิธีอัญเชิญ ผีทุกตนในตระกูล ให้มารับเครื่องเซ่นสังเวยดังเช่นในทุกปี เมื่อพ่ออาจารย์เห็นเช่นนั้นจึงเดินทางกลับทันที

ขณะที่ร่างทรงมีการถ่ายภาพเซลฟี่กับชาวบ้านที่มาร่วมพิธี พูดภาษาไทยกลางไม่ใช่ภาษาพื้นถิ่น และร่างทรงยังตำหนิเทศบาลเมืองแม่เหียะเรื่องการจัดการเครื่องเซ่นไหว้ในพิธี
ล่าสุด เทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง จากกระแสความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดพิธีเลี้ยงดง บวงสรวง “ปู่แสะย่าแสะ” ประจำปี 2568 เนื้อหาระบุว่า ร่างทรงที่ปรากฏในงาน ไม่ได้ถูกจัดหาหรือแต่งตั้งโดยเทศบาลเมืองแม่เหียะ ตามคำบอกเล่าของพ่อค้าแม่ค้าร้านดอกไม้บริเวณศาล ระบุว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวมากราบไหว้ที่ศาล ก่อนจะมีอาการคล้ายการ “ลงทรง” จากปู่แสะนานประมาณ 3 ชั่วโมง จึงมีความเชื่อกันว่ามาลงร่างใหม่ เนื่องจากเจ้าทรงเดิมมีอายุมากแล้ว มีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงอยากลาวงการ และที่ผ่านมา มีความเชื่อว่าทางปู่แสะย่าแสะจะไปหาเอง หรือภาษาทรงเจ้าเรียกว่า “ไปเหยียบเอง” เพื่อเอามาเป็นร่างทรง โดยผ่านทางผู้สืบทอดพิธีกรรม และประสานกับร่างทรงดังกล่าว

