รถขนแรงงานพม่า ขับย้อนศรออกจากซอยพุ่งชนกับรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้แรงงานต่างด้าวบาดเจ็บหลายราย ส่วนคนขับรถหลบหนีหนี
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สะเดา ได้รับแจ้ง เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.68 ว่า มีอุบัติเหตุรถชนกันบาดเจ็บจำนวนหลายราย บริเวณถนนกาญจนาวานิช ปากทางบ้านแปดร้อยไร่ หมู่ที่ 1 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา จึงได้ไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.ท.วัชรินทร์ ตันเจริญรัตน์ สารวัตรสอบสวน สภ.สะเดา ชุดสืบสวน สภ.สะเดา กู้ชีพกู้ภัย สำนักขาม, กู้ชีพไม้ขม, กู้ชีพเทศบาลปริก, กู้ชีพเทศบาลปาดังเบซาร์ รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหาร กองร้อยทหารราบที่5021 ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4304 ตชด.437
ที่เกิดเหตุพบว่ามีรถยนต์แคป ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน บล 8941 สงขลา อยู่ในสภาพรถหัวรถปักอยู่ริมถนน มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวเมียนมา 7 ราย คาดว่าจะเป็นแรงงานที่หลบหนีเข้าเมือง เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม (มาเลเซีย) ส่วนคนขับคาดว่าอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป คาดว่าจะกลัวความผิด ที่นำพาแรงงานต่างด้าวมา

รายงานว่าถัดไปพบรถยนต์เก๋ง มาสด้าสีขาว เลขทะเบียน กฉ 8023 ยะลา ในรถยนต์เก๋งพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นคนไทย ได้นำตัวผู้บาดเจ็บ ชาวเมียนมา 7 ราย และชาวไทย 2 ราย แยกส่งตามโรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลสะเดา และโรงพยาบาลปาดังเบซา
จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถยนต์กระบะคันที่บรรทุกแรงงานต่างด้าวนั้น ได้ขับรถออกมาจากซอยตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุโดยขี่รถย้อนศรมา และเมื่อตัดยูเทิร์น ก็ได้เสียหลักพุ่งชนกับรถยนต์เก๋งของชาวบ้านที่กำลังขับขี่อยู่บนถนนเส้นดังกล่าว จึงทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ และในขณะนั้นมีผู้โดยสารอยู่ในรถยนต์กระบะที่มีหลังคาแครี่บอย จำนวนหลายรายซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดและไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้

สอบถามคนขับรถยนต์เก๋ง บอกว่าได้ขับรถมาตามปกติเมื่อมาถึงยังที่เกิดเหตุรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขี่ย้อนศรมา และข้ามถนนพุ่งมาชนจนเสียหลักไถลไปชนกับท่อน้ำ ทำให้ท่อน้ำแตกกระจายบนพื้นถนน
รายงานว่าชาวบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ ซึ่งขณะนั้นชาวเมียนมาได้ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และมีผู้ที่ติดอยู่ภายในรถจำนวน 2 ราย ซึ่งมีชาวบ้านและพลเมืองดีช่วยนำออกมา จากการสอบถามรายงานชาวเมียนมา ไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ จึงยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน
ตำรวจจะควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมดไว้ และจะหาล่ามมาสอบถาม ต้นสายปลายเหตุอีกครั้ง และจะได้สืบหาตัวคนขับรถบรรทุกแรงงานต่างด้าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


