หน้าแรก ภูมิภาค ผุดสื่อน้องให...

ผุดสื่อน้องใหม่ Khaoyai connect ตั้งเป้าไกล เชื่อมคนตัวเล็กสู่สายตาโลก

11.06.25 | 16:27 น.

ผุดสื่อน้องใหม่ Khaoyai connect เชื่อมคนตัวเล็กสู่สายตาโลก


มาในบทบาทใหม่ “เตเต้-พันชนะ วัฒนเสถียร” นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ผู้ก่อตั้งร้านอาหารเป็นลาว หญิงแกร่งแห่งเขาใหญ่ ลงทุนเปิดเว็บไซต์ Khaoyai Connect หวังนำเสนอเรื่องราวของเขาใหญ่ เชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่ให้เป็นภาพจิ๊กซอร์ที่สมบูรณ์ ตั้งเป้าไกลพาเขาใหญ่ให้เป็นที่รู้จักระดับโลก

น.ส.พันชนะ วัฒนเสถียร

น.ส.พันชนะ วัฒนเสถียร กล่าวว่า ตัดสินใจทำเว็บไซต์สองภาษาขึ้นมา เบื้องต้นต้องการนำเสนอเขาใหญ่สู่โลก เพราะคนต่างชาติส่วนมากไม่รู้จักเขาใหญ่ ดังนั้นการปักหมุดเขาใหญ่สู่โลกจึงเป็นความฝันของเรา
“ที่ตัดสินใจทำ Khaoyai Connect เพราะจากการได้มาเป็นนายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ การมาเป็นอาสาสมัครของเมืองเรื่องโคราช เอ็กซ์โป จึงได้มองเห็นว่าเรายังขาดอะไรบางอย่าง นั่นคือการสื่อสารระดับโลก เลยเป็นที่มาของ Khaoyai Connect อยากทำเป็นเว็บไซต์ 2 ภาษา ซึ่งเป็นความบ้าระห่ำมาก ท่ามกลางที่คนบอกว่ามันจะอยู่ไม่ได้”

น.ส.พันชนะ กล่าวอีกว่า นักท่องเที่ยวที่มาเขาใหญ่เมื่อเทียบสัดส่วนกับที่มาประเทศไทยถือว่าน้อยมาก ทั้งที่ถ้าเราผลักดันให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาอีสาน รับประกันว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอัตโนมัติ เป็น Quick win อย่างแท้จริงโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมาก

Advertisement

“นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย 40 ล้านคน มาขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้มาเที่ยวพื้นที่อื่นๆ ของเขาใหญ่เพียง 5% คือ 1 แสนคนเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก จากข้อมูลพบว่าในภูมิภาคต่างๆ เกิดการโอเวอร์ทัวริสต์ขึ้น แต่สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในภาคอีสานเลย เราพูดประจำในทุกเวทีว่าจากสนามบินสุวรรณภูมิไม่มีป้ายบอกทางมาอีสานเลยแม้แต่น้อย ป้ายโฆษณาก็ไม่มี

เราส่งออกวัฒนธรรมอีสานผ่านปลาร้า ผ่านอาหาร แต่เรื่องอื่นน้อยมาก โอเคหมอลำก็เริ่มแล้ว แต่ถ้าเราพูดถึงตัวโปรดักซ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ เราไม่เคยอยู่ในซีน แต่ในวันที่โลกหมุนวนกลับมาเรื่อง Climate Change เรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าลืมว่าเขาใหญ่เป็นมรดกโลก เรายังใช้ความเป็นมรดกโลกไม่เต็มที่เลยนะ”

น.ส.พันชนะ บอกว่า ในช่วงชีวิตที่ยังพอมีแรง ถ้าทำได้เราควรจะช่วยกันพัฒนาเขาใหญ่ นักธุรกิจต่างๆ ที่มาอยู่ที่นี่ก็เช่นกัน เพราะถ้าเขาใหญ่เดือดร้อน เราทั้งหมดก็จะอยู่ไม่ได้ ทุกคนจะได้รับผลกระทบหมด เพราะเราต่างเชื่อมโยงกัน ดังนั้นทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

“เรามองว่าเขาใหญ่เป็นหุบเขาแห่งความสุข เป็น Happy Valley ยกให้เป็นที่ที่มีความหลากหลาย ข้อดี คือ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ก็ยังเห็นสีเขียว คุณอยู่แล้วจะไม่อยากไปไหน คือถ้าร้อนก็ร้อนไม่นาน ฝนตกแป๊บเดียวก็เขียว ฉะนั้นเราถึงต้องทำทุกอย่างที่เราจะทำได้เพื่อการพัฒนาเมืองของเรา และปกป้องไม่ให้สิ่งแวดล้อมเสียหรือพัง เพราะสุดท้ายถ้าเมืองยังดี สิ่งแวดล้อมดี ธุรกิจก็จะดี อาหารดี อากาศดี อารมณ์ดี คนก็มีความสุข”

น.ส.พันชนะ กล่าวว่า การทำ Khaoyai Connect เป็นจุดเริ่มต้นของการทำสิ่งที่อาจจะไม่ได้ตอบประโยชน์ทางธุรกิจ แต่มันเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่เรามองเห็นว่าสังคมมี Social Pain อะไรบางอย่างที่เราอยากทำให้เป็น Social Gain แน่นอนมันต้องใช้ทุน แต่เราก็เป็นคนที่ชื่นชมวิธีคิดแบบนายธนาคารเพื่อคนจน โมฮัมหมัด ยูนุส เราก็รู้สึกว่ามันเป็นทางออกที่ดี ก็เลยคิดว่าทดลองสักตั้งหนึ่งก็ไม่เสียหาย เพราะคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาใหญ่จะออกสู่สายตาโลก