ทวี เยี่ยมบ้านอุ่นไอรัก เล็งยกระดับ ‘ศาสนบำบัด’ ฟื้นฟูผู้หลงทาง ศูนย์พักพิงผู้ติดยาใหญ่ที่สุดในภาคใต้
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ควงทีมใหญ่ลงเยี่ยม “มูลนิธิบ้านอุ่นไอรัก” บ้านจาแบปะ ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จุดศูนย์กลางฟื้นฟูผู้เสพติดเกือบพันราย ประกาศหนุนเต็มที่ยกระดับเป็น “ศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม” ด้วยแนวทาง ศาสนบำบัด ควบคู่การแพทย์ เน้นเปิดโอกาสให้คนหลงทางกลับมามีที่ยืนในสังคม

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ส.ส.ปัตตานีเขต 5 นาย สมมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี เขต 3 รองเลขาฯ ศอ.บต. ผู้แทน ป.ป.ส., สาธารณสุขจังหวัด กรมการแพทย์ และสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมติดตามการดำเนินงานของศูนย์บำบัดชุมชนซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีผู้บำบัดกว่า 800 ราย บางครั้งไปจนถึงเกือบ 1000 ราย

นายอาหามะพัดลี ยูโซะ ประธานมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า บ้านอุ่นไอรักเริ่มต้นจากแนวคิด CBTx (Community-Based Treatment) ตั้งแต่ปี 2561 โดยใช้หลัก “ศาสนบำบัด” เป็นแกนกลาง ผ่านการกิน-อยู่-ละหมาดร่วมกัน ควบคู่การดูแลจากแพทย์ ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการฟื้นฟูต่อเนื่องกว่า 800 ราย และมีผู้ผ่านการบำบัดแล้วกว่า 30,000 คน จากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ขังคนติดยา แต่คือที่ให้โอกาสกลับใจ…จากเด็กติดยา สู่ผู้ศรัทธาที่มีเป้าหมายในชีวิต มูลนิธิเตรียมเดินหน้าเร่งขยายโรงครัว-ห้องน้ำ รองรับจำนวนผู้เข้ารับการดูแลที่เพิ่มขึ้น พร้อมวางแผนจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสำหรับผู้หญิง และศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคืนชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยอย่างครบวงจร” ประธานมูลนิธิฯ กล่าว

ขณะที่พ.ต.อ.ทวี กล่าวระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีว่า ยาเสพติดคือภัยมั่นคงของประเทศ ต้องร่วมมือทุกฝ่ายสู้ให้ถึงที่สุด วันนี้ตนมาประชุมรับฟังปัญหาจากภาคเอกชนและหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้เริ่มขับเคลื่อน ‘งานจิตอาสา’ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลมอบภารกิจให้เราทำงานอย่างเข้มข้นภายในระยะเวลา 4 เดือน เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดผลสำเร็จและมีพลังประชาชนร่วมขับเคลื่อน

รมว.ยุติธรรม กล่าวชื่นชม บ้านอุ่นไอรักว่าเป็นตัวอย่างของพลังจิตอาสาที่ชุมชนลุกขึ้นมาทำเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมากนัก ที่นี่ทำต่อเนื่องมา 7-8 ปีแล้ว และผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดได้จริง เพราะเกิดจากศรัทธาของประชาชนล้วนๆ ตนจึงอยากเรียนไปถึงผู้ปกครองว่า หากมีสมาชิกในครอบครัวที่ติดยา สามารถพามารับการบำบัดโดยใช้หลักศาสนาได้ที่นี่ หรือศูนย์มินิโรงพยาบาลธัญรักษณ์ ในจังหวัด หรือแม้แต่ศูนย์บำบัดที่ทางหน่วยทหารเตรียมไว้ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เราต้องทำให้คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีสุขภาพดีและปลอดยาเสพติดให้ได้ และที่สำคัญคือต้องสร้างงาน สร้างอาชีพควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า ปัญหายาเสพติดทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอาชญากรรมทั่วไปอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เราต้องจริงใจในการแก้ปัญหานี้ ยาเสพติดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะเดินมาเองได้ มันมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง แม้เราจะจับผู้ค้ามาได้จำนวนมาก แต่กระบวนการยังทำงานอยู่ และมีผู้บงการบางรายอยู่ต่างประเทศ บางรายมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง ดังนั้น หลังจากนี้หากมีข้อมูลเชิงประจักษ์และหลักฐานชัดเจน เราอาจต้องขอใช้กฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.บ.ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้อย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ปลายแถว แต่ต้องไล่ไปถึงต้นทางให้ได้ โดยอาศัยการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก การทำโต๊ะข่าวของตำรวจ และพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
“ขอบคุณมูลนิธิอุ่นไอรักและชุมชนที่ร่วมกันลุกขึ้นมาต่อสู้กับยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง จนทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางที่ผู้คนจากหลายอำเภอและจังหวัดทั่วภาคใต้เดินทางมาดูงานและรับการบำบัด วันนี้ผมได้เห็นด้วยตา คิดว่ารัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมการทำงานเหล่านี้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะนี่คือต้นแบบของการแก้ปัญหาจากรากฐานที่แท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

