หน้าแรก ภูมิภาค จำคุก 5 ปี ไม...

จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตนายกอบต.กันตังใต้ จ.ตรัง-ผอ.กองคลัง ทุจริตเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา

12.06.25 | 14:42 น.

จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา อดีตนายกอบต.กันตังใต้ จ.ตรัง ผอ.กองคลัง ทุจริตเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ว่า นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง และนายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้ร่วมกันแถลงกรณีที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดของ นายกิตติ กันตังกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกันตังใต้ ในคดีทุจริตเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงโครงการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาท้องถิ่น “พระยารัษฎาเกมส์” ครั้งที่ 11 เป็นเงินทั้งสิ้น 62,640 บาท

การกระทำของนายกิตติ กันตังกุล มีมูลความผิดทางอาญาหลายฐาน ได้แก่ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย (มาตรา 147), เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต (มาตรา 151) และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1)

นอกจากนี้ น.ส.บุญญดา เม่งอำพัน ผู้อำนวยการกองคลัง ก็มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1 เช่นกัน

ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พิจารณาแล้วฟังได้ว่า มีการเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไปใช้จ่ายในการจัดซื้ออาหารและสิ่งของอื่น โดยไม่ได้นำไปจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้นักกีฬาจริง จึงพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เฉพาะจำเลยที่ 1 คือ นายกิตติ กันตังกุล มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 อีกฐานหนึ่ง การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลจึงลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี ไม่รอลงอาญา โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกับจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อท 88/2566 ชำระเงินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เป็น 62,640 บาท คืนแก่องค์การบริหารส่วนตำบลกันตังใต้ ผู้เสียหาย

Advertisement

นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวเพิ่มเติมว่า จำเลยที่ 2 คือ น.ส.บุญญดา เม่งอำพัน ซึ่งเป็นผู้ยืมเงินในการจัดโครงการดังกล่าว รู้เห็นว่ามีการรับรองเอกสารเป็นเท็จ โดยให้เซ็นชื่ออย่างเดียวแต่ไม่มีการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬาจริง ส่วนนายกก็ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเงินจำนวน 62,640 บาท นำไปจ่ายอะไรบ้าง การดำเนินคดีครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดโครงการต่างๆ ที่มีการถัวจ่ายงบประมาณที่ไม่ตรงกับหมวดหมู่ ซึ่งหากไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของเงินได้อย่างชัดเจน ก็อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษเช่นเดียวกับกรณีนี้

คดีนี้ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 และต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง (ขณะนั้น) ได้ลงนามในคำสั่งให้ นายกิตติ กันตังกุล พ้นจากตำแหน่ง จนกระทั่งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 มีคำพิพากษาในปี 2568 โดย ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เอง.