หน้าแรก ภูมิภาค สถาปนิก ร้องผ...

สถาปนิก ร้องผู้การตรัง ชี้ ลายบนถนน จัตุรัสเมืองตรัง อาจผิดกม. เล็งร้องศาลปกครองสั่งรื้อถอน

12.06.25 | 17:09 น.

สถาปนิกร้อง “จัตุรัสเมืองตรัง” กรมโยธาฯวาดลายบนถนนผิดกม.จราจร หลังปชช.เดือดร้อนรถชนระนาว เล็งร้องศาลปกครองสั่งรื้อถอนลายวงเวียนเถื่อน ผู้การตรัง โอดผลกระทบ ตร.ชี้คดีจร.ไม่ได้เพราะไร้เลน ต้องจัดกำลังเพิ่ม


จากกรณีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดตรังติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆของจังหวัดตรัง ซึ่งเกิดปัญหาทิ้งงาน ใช้งานไม่ได้จริง และไม่ตรงปก โดยพบว่ามีกว่า 23 โครงการ คิดเป็นมูลค่างบประมาณกว่า 2 พันล้านบาท โดย นางสาวรักชนก ศรีนอก กมธ.ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตกรณีโครงการก่อสร้างจัตุรัสเมืองตรัง วงเงิน 43 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่า ออกมาไม่ตรงปก ล่าช้า และเกิดปัญหาการสร้างลวดลายบนพื้นถนนที่ก่อให้เกิดความสับสนเสี่ยงอันตรายต่ออุบัติเหตุจราจร จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

โดยเมื่อมีการเปิดใช้งานโครงการจริงและเปิดการสัญจร ได้เกิดอุบัติเหตุรถของประชาชนเฉี่ยวชนกันบ่อยครั้งบริเวณพื้นที่โครงการ ได้แก่ แยกหอนาฬิกาตรัง และ แยกวิเศษกุล(แยกโกกุน) อีกทั้งเกิดปัญหารถติดในชั่วโมงเร่งด่วน โดยทั้งสองแยกดังกล่าว ได้เปลี่ยนจากเดิมที่เคยใช้เป็นสี่แยกไฟแดง มามีสภาพการใช้งานแบบวงเวียน ขณะที่ลวดลายบนถนนมีความลายตาและไม่มีเส้น(เลน)แบ่งการจราจรชี้ชัด รวมถึงไม่มีสัญญาณไฟแดงกำกับ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง(ภ.จว.ตรัง) เครือข่ายชมรมเสียงประชาชน(สปช.) นำโดย นายภัคพงษ์ วิธานติรวัฒน์ สถาปนิกท้องถิ่น ที่ปรึกษาด้านการออกแบบวิศวกรรม เครือข่ายสปช. พร้อมด้วยนายจิระศักดิ์ ควนจันทร์ แกนนำเครือข่ายสปช. เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดตรัง ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก เพื่อขอความชัดเจนการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณโครงการจัตุรัสเมืองตรัง

Advertisement

นายภัคพงษ์ วิธานติรวัฒน์ สถาปนิกท้องถิ่น ที่ปรึกษาด้านการออกแบบวิศวกรรม เครือข่ายสปช. กล่าวว่า ตามที่ได้มีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการจัตุรัสเมืองตรัง วงเงินงบประมาณ 43 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาตรังรวมถึงถนนวิเศษกุล เชื่อมต่อไปยังสี่แยกโกกุน ภายในเขตเทศบาลนครตรัง มีเทศบาลนครตรังเป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้มีการสัญจรใช้รถไปแล้วนั้น พบว่าได้เกิดปัญหาการใช้งานการจราจร การสัญจรยวดยานพาหนะของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการสัญจรหรือบริเวณสี่แยกหอนาฬิกาตรัง และ สี่แยกโกกุน

นายภัคพงษ์ กล่าวว่า ซึ่งปัจจุบันได้มีสภาพการใช้งานในรูปแบบของวงเวียน แต่ด้วยสภาพการจราจรหนาแน่นและไม่เอื้ออำนวย ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจรในบริเวณวงเวียนทั้งสองบ่อยครั้ง แม้ทางเทศบาลนครตรังจะติดป้ายข้อความ “ให้รถทางขวาไปก่อน” รวมทั้งนำแบริเออร์มาล้อมเป็นวงกลมเพื่อทำเป็นวงเวียนชั่วคราวที่บริเวณสี่แยกโกกุน แต่ก็สร้างความสับสนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน จนเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียทรัพย์สิน ไม่นับปัญหารถติด การจราจรคับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วน และช่วงฝนตก ทำให้ต้องใช้กำลังตำรวจจราจรที่มีอยู่จำกัดเข้าอำนวยการจราจรแก้ปัญหา


นายภัคพงษ์ กล่าวอีกว่า เดิมตามประกาศหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดตรัง ที่มีหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรท้องถิ่น คือนายกเทศมนตรีนครตรังร่วมเป็นกรรมการ ได้เคยออกประกาศกำหนดสถานะการจราจรกำหนดให้ สี่แยกหอนาฬิกาตรัง และ สี่แยกโกกุน มีสถานะเป็นสี่แยกไฟแดงตามพ.ร.บ.จราจร กระทั่งมีการก่อสร้างโครงการจัตุรัสเมืองตรังแล้วเสร็จ จึงได้มีการเปลี่ยนสภาพการใช้งานการจราจรมาใช้วงเวียนในการสัญจรแทน

นายภัคพงษ์ กล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่พบคือ ปัญหาจากการวาดลวดลายบนพื้นถนนหลวงทั้งสองสี่แยกได้สร้างความสับสนในสัญลักษณ์ เลนจราจร ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 40 พ.ร.บ.ทางหลวง ที่ห้ามมิให้ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องหมายจราจร โดยมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย

“อยากทราบว่ากรมโยธาฯเจ้าของโครงการได้มีหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานจราจรในการก่อสร้างที่มีการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์จราจรด้วยการวาดลวดลายลงบนถนนหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการ ถือว่าทำผิดมาตรา40 วงเวียนที่ใช้กันอยู่นี้ จึงอาจเป็นวงเวียนเถื่อน ไม่ชอบด้วยกฎหมายจราจร จึงขอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการจราจรจังหวัดตรังโดยด่วน เพื่อแก้ไขการใช้งานเป็นการจราจรที่ถูกกฎหมาย และขอให้ติดตามดำเนินการเอาผิดทางกฎหมาย หากมีขั้นตอนใดในการก่อสร้าง ที่ขัดต่อพ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 40”นายภัคพงษ์ กล่าว

นายภัคพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงและกังวลคือ การวาดลายบนถนนของโครงการจัตุรัสเมืองตรังที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจราจร จะกลายเป็นต้นแบบให้โครงการในจังหวัดอื่นทำตาม ซึ่งจะสร้างปัญหาผลกระทบตามมาต่อประชาชน ดังนั้นสปช.จะรอติดตามการแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีความคืบหน้าก็จะพึ่งศาลปกครองได้พิจารณาไต่สวนสั่งการให้มีการแก้ไขหรือรื้อถอนในส่วนการก่อสร้างลวดลายบนถนนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป


ด้านพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดตรัง กล่าวว่า ยอมรับว่าการจราจรของทั้งสองแยก ภายหลังโครงการจัตุรัสเมืองตรังแล้วเสร็จ ได้ส่งผลให้สภาพทางกายภาพเปลี่ยนไปจากเดิมที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนคุ้นชินในการใช้รถใช้ถนนหลายเรื่อง โดยเฉพาะการสัญจรผ่านแยกที่มีสภาพการใช้งานแบบวงเวียน เนื่องจากเครื่องหมายสัญญาณต่างๆอาจจะไม่ชัดเจน อีกทั้งบนพื้นถนนที่มีการวาดลวดลายและไม่มีการแบ่งช่องทางจราจรที่ชัดเจน โดยเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบหลายภาคส่วนไม่เฉพาะประชาชนผู้สัญจร ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้รับผลกระทบในการปฏิบัติงานด้วย

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวต่อว่า เราต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปเพิ่มในจุดดังกล่าวเพื่ออำนวยการจราจร โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจราจร มีรถเฉี่ยวชนกันในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถชี้ชัดวินิจฉัยคดีจราจรได้ ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท เพราะไม่ได้มีเส้นแบ่งช่องทางจราจรกำกับไว้ ถือเป็นผลกระทบที่ส่งต่อมายังการทำงานของฝ่ายตำรวจด้วย ทั้งนี้ทางตำรวจได้แก้ปัญหาในเบื้องต้นหลังโครงการเสร็จ หลังจากทราบว่าได้เกิดปัญหาการจราจร สภ.เมืองตรังเจ้าของพื้นที่ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจรมาอำนวยความสะดวกในชั่วโมงเร่งด่วนไปก่อน

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะมีการหารือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ในเรื่องการจัดการจราจร ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนครตรัง สำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาว่าจะต้องมีการกำหนดสัญลักษณ์ทางจราจรใดเพิ่มเติม หรือออกประกาศใดที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในการใช้ทางหรือการกระทำการใดกับถนน หรือทางสาธารณะ มีพ.ร.บ.จราจรและพ.ร.บ.ทางหลวง กำกับดูแล แต่ในการดำเนินการโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับถนนสาธารณะ เข้าใจว่าโครงการดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการก่อสร้าง และมีการใช้กฎหมายของตัวเอง จึงต้องมาหารือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะย้อนกลับไปดูประกาศเจ้าพนักงานจราจรฉบับเดิมเกี่ยวกับทั้งสองแยกนั้นจัดการจราจรเป็นสี่แยกไฟแดงหรือวงเวียน เพื่อประชุมแก้ไขหรือกำหนดให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อดำเนินการ ในเรื่องการติดตั้งสัญญาณจราจร หรือติดตั้งระบบไฟจราจรซึ่งจะเป็นอำนาจของท้องถิ่นในการดำเนินการต่อไป เนื่องจากเดิมทั้งสองแยกดังกล่าวเทศบาลนครตรังได้ติดตั้งระบบไฟแดงไว้ แต่เมื่อก่อสร้างโครงการ ได้ถูกถอดออกไปทั้งหมด ทำให้กายภาพการจราจรเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องหารือร่วมกับทุกส่วนอีกครั้ง