ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย.พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง.ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบลรอง.ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.บันดล วงศ์ระรื่น รอง ผกก.1บก.สส.สตม. พ.ต.ท.วุฒิชาติ บุตรศรีภูมิ สว.กก.1 บก.สส.สตม. และ ร.ต.อ.รวีศักดิ์ สุริยภักดิ์ รองสว.กก.บก.สส.สตม.เป็นหัวหน้าชุดร่วมกับ ตร.สภ.คลองด่าน
จับกุมตัวนายประสิทธิ์ กลมเกลียว อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2529/2556 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2556ในข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์ ” โดยสามารถจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 119/5 ม.10 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการระดมติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ช่วงเทศสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 1-10 เมษายน 2560 สำหรับการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15-20 สิงหาคม 2556 มีนายวีเจย์และนายทีเอ็น สัญชาติอินเดีย ได้หลอกชาวอินเดีย จำนวน 7 คนว่าจะพาไปทำงานที่โรงงานแชมพู ขนมหรือทำงานบนเรือสำราญ และจะมีรายได้ประมาณ 45,000 รูปี หรือประมาณ 22,500 บาท แต่เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกลับพบว่าไม่เป็นความจริง แต่กลับส่งผู้เสียหายทั้ง 7 คน ไปทำงานที่บริษัทเรือประมงแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา โดยที่เหยื่อไม่ยินยอมที่จะทำงานบนเรือประมง ซึ่งเรือลำดังกล่าวมีนายประสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมเรือ เมื่อเหยื่อทั้ง7 รายทำงานได้สักระยะพบว่าไม่ได้รับค่าแรง หนำซ้ำยังถูกข่มขู่ด้วยการทำร้ายร่างกาย อีกทั้งให้รับประทานอาหารเพียงวันละ 1-2 มื้อเท่านั้น หากเหยื่อรายใดไม่ยอมจะนำตัวกลับเข้าฝั่งและยึดหนังสือเดินทางของผู้เสียหายทำให้เป็นบุคคลเร่ร่อนไม่มีสัญชาติ
จากนั้นทางตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนสอบสวนกระทั่งพนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ขออนุมัติหมายจับ ต่อมาชุดสืบสวน กก. 1 บก.สส.สตม. ร่วมกับชุดสืบสวนสภ.คลองด่านจังหวัดสมุทรปราการ ได้สืบทราบว่านายประสิทธิ์ ปัจจุบันทำงานเป็นคนขับเรือ(ไต๋เรือ) บริษัท ใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และเรือจะเข้าเทียบท่าในวันนี้ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบเรือพบนายประสิทธิ์ ยืนอยู่ในเรือรูปพรรณตรงกันกับหมายจับเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและเขาขอตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ บก.สส.สตม.
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอีกครั้ง ก่อนทำการแจ้งข้อหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

