เจ้าของร้านขายเครื่องครัวพลาสติก เล่านาทีไฟไหม้ เสียหายกว่า 50 ล้าน จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร
จากกรณีเมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ร้านจำหน่ายเครื่องครัวพลาสติก ถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี-หนองบัวลำภู เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบเป็นอาคารพาณิชย์, 3 ชั้น 3 คูหา จำหน่ายเครื่องครัวและเฟอร์นิเจอร์ทำจากพลาสติก เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากมีเป็นสินค้าพลาสติก และยังเป็นโกดังเก็บสินค้าพลาสติกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังรถบรรทุก 6 ล้อ รถปิกอัพ รวม 4 คัน จอดอยู่หน้าร้านและภายในร้าน ความรุนแรงของเพลิง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังระงับเหตุ โดยได้ปิดกั้นถนน ห้ามรถผ่าน เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลาม ประกอบกับฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดนั้น
อ่านข่าว – ไฟไหม้ร้านขายเครื่องใช้พลาสติก ใกล้สนามบินอุดรฯ กฟภ.เร่งตัดไฟ อำนวยสะดวกจนท.
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายพิเชฐร์ อายุ 50 ปี พนักงานในร้านเครื่องครัวพลาสติก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเอาของไปส่งลูกค้า และเอาเงินไปส่งเถ้าแก่ จากนั้นก็กลับมาที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับร้าน ต่อมาห้องพักมีอาการไฟตก ติดๆ ดับๆ ตนจึงเดินออกมาดูปลั๊กด้านนอก จากนั้นก็ได้ยินเสียงไฟสปาร์กบนชั้นบนอาคาร แบบติดๆ ดับๆ และมีประกายไฟ จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังบึ้มๆๆ ประมาณ 5 นาที ก็ไฟลุกและไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรแจ้งเถ้าแก่
ส่วน นายศิลชัย แซ่เฮ้ง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านเครื่องครัวพลาสติก เล่าว่า ตนเปิดร้านมาตั้งแต่ปี 2548 ไม่มีพนักงานนอนในภายในอาคาร แต่จะอยู่บ้านพักใกล้อาคาร 4 คน ก่อนเกิดเหตุ หลังปิดร้านตนก็ขับรถกลับบ้านที่ห้าแยก เขตเทศบาลนครอุดรธานี ไม่นานพนักงานก็โทรบอกว่าไฟไหม้ร้าน ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บสินค้าเครื่องครัวพลาสติก มีแต่สินค้ามูลค่าประมาณ 40 ล้าน รวมอาคารและรถยนต์เสียประมาณ 50 ล้านบาท

ทางด้าน นายราชันย์ ซุ้นฮั้ว ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ก็ได้ระดมรถดับเพลิงเข้ามาช่วย เพราะเราต้องช่วยกัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ จึงควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัด ซึ่งหลังจากนี้จะให้ทีมควบคุมมลพิษเข้ามาประเมินในเรื่องอากาศ ว่าจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรอบหรือไม่ โชคดีที่เกิดเหตุไม่มีบ้านเรือนชาวบ้านอยู่ใกล้ ถ้ากลิ่นไหม้ทำให้เกิดอาการระคายเคืองให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ทีมดับเพลิงที่เข้าไปก็บอกว่ายังมีพลาสติกที่ยังมีเชื้อเพลิงอยู่ แต่ยืนยันว่าสามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว ไม่ลุกลามกระจายออกไป ซึ่งเจ้าของอาคารยืนยันไม่มีใครพักอาศัยอยู่ ไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนทีมไฟฟ้าก็มาตัดไฟทันที หลังควบคุมเพลิงไว้ได้ก็จะประเมินรอบที่เกิดเหตุ และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนใช้ทันที
ซึ่งตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง


