หน้าแรก ภูมิภาค น้า-หลานสังเว...

น้า-หลานสังเวย ‘ฝายมรณะ’ หลังพยายามเดินข้ามฝายน้ำล้นอีปุ๊ ขณะน้ำไหลเชี่ยวกราก

15.06.25 | 10:47 น.

น้า-หลานสังเวย ‘ฝายมรณะ’ หลังพยายามเดินข้ามฝายน้ำล้นอีปุ๊ ขณะน้ำไหลเชี่ยวกราก


วันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ณ ฝายน้ำล้นอีปุ๊ บ้านหนองหัวงัว ต.นาคูณใหญ่ อ.นาหว้า จ.นครพนม เมื่อกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้พัดพาร่างของ นายอภิเชษฐ์ อายุ 27 ปี (หลานชาย) และนายภาคภูมิ อายุ 30 ปี (น้าชาย) จมหายไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความตกตะลึงและหวาดผวาของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรม ณ ฝายน้ำล้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 14 มิถุนายน ขณะที่ชาวบ้านรวม 7 คน พยายามเดินข้ามฝายน้ำล้นอีปุ๊ ซึ่งมีปริมาณน้ำมากและไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรงเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ไม่คาดคิดว่ากระแสน้ำจะรุนแรงถึงขั้นพัดพาร่างของน้าและหลานหายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นและเศร้าโศกเสียใจแก่ญาติและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงต่างพากันแห่มายังจุดเกิดเหตุเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์การค้นหาด้วยความเป็นห่วงระดมกำลังค้นหาตลอดคืนจนพบร่าง

Advertisement

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ร่วมกับนายอำเภอนาหว้า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ลงพื้นที่เพื่อค้นหาร่างผู้สูญหายทั้ง 2 รายอย่างเร่งด่วน โดยยังไม่ทราบชะตากรรมของทั้งคู่ ในขณะที่ญาติของผู้สูญหายได้ประกอบพิธีปักธูป 16 ดอก บริเวณริมฝายน้ำล้น เพื่อขอเจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทางและช่วยดลบันดาลให้พบเห็นร่างของน้าและหลานโดยเร็ว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความหวังริบหรี่

การค้นหาดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอดทั้งวันและคืน โดยได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) ที่ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ (Special Operations Unit) ของ นรข. เข้าช่วยในการค้นหาผู้สูญหาย

โดยเมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 14 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ได้พบร่างของนายอภิเชษฐ์ ผู้เสียชีวิตรายแรก และเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 05.45 น. ก็ได้พบร่างของนายภาคภูมิ ซึ่งสูญหายไปในกระแสน้ำ ทำให้การค้นหาผู้สูญหายทั้งสองรายสิ้นสุดลงอย่างน่าเศร้า

ทั้งนี้ ทีมงานค้นหาได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสอง และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ทุ่มเทในการค้นหาจนพบร่างผู้เสียชีวิต เพื่อส่งมอบให้ญาติประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนเตือนใจจาก “ฝายมรณะ” และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ประชาชนทุกคนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการสัญจรผ่านแหล่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ รวมถึงฝายน้ำล้น อาจเพิ่มสูงขึ้นและมีกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกว่าปกติ ขอให้ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตใกล้แหล่งน้ำ หรือการทำกิจกรรมทางน้ำ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โปรดระมัดระวังความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ