หน้าแรก ภูมิภาค หวั่นซ้ำรอย! ...

หวั่นซ้ำรอย! ชาวภูมิซรอล หวังไร้การปะทะ บางส่วนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่แล้ว

15.06.25 | 12:26 น.

หวั่นซ้ำรอย! ชาวภูมิซรอล หวังไร้การปะทะ บางส่วนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่แล้ว

ชาวบ้านภูมิซรอล ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งเขาพระวิหาร ยังจดจำเสียงปืนเมื่อปี 2554 ได้เป็นอย่างดี หวังเหตการณ์รอบนี้จะไร้การปะทะ ขณะที่ชาวบ้านภูมิซรอลบางส่วนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่แล้ว โดยไปอาศัยตามบ้านญาติที่อยู่ห่างจากจุดปะทะก่อน

จากปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ที่หลายฝ่ายหวั่นว่าอาจจะเกิดการสู้รบ หรือเกิดสงครามขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างประเทศอยู่นั้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามแนวชายแดนเริ่มกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะชาวบ้านพื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยเจอเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชามาแล้วเมื่อปี 2554 ยังหวาดกลัว และจดจำเสียงของลูกปืนได้เป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านภูมิซรอล ประกอบด้วย นางนงลักษณ์ คำแพงศรี อายุ 66 ปี นางสุวรรณี ปัทมะ อายุ 68 ปี นางเปลี่ยน นิราจันทร์ อายุ 68 ปี ต่างพากันพูดคุยกับสถานการณ์ความตรึงเครียดระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น และหวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี พร้อมพาตรวจสอบหลุมภัย ซึ่งขณะนี้มีการปรับปรุงซ่อมแซม และมีความพร้อมในการรับสถานการณ์แล้ว

นางเปลี่ยน นิราจันทร์ อายุ 68 ปี ชาวบ้านภูมิซรอล เปิดเผยว่า เหตุการณ์เมื่อปี 2554 ขณะที่ตนนั่งอยู่ภายในบ้าน ปรากฏว่า ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบในหลุมหลบภัยที่ใกล้ที่สุด ซึ่งอยู่หน้าบ้านของตน ดีที่ปีนั้นอายุยังไม่มาก ยังพอมีเรี่ยวแรงที่สามารถวิ่งหนีเข้าไปยังหลุมหลบภัยได้ แต่ในปีนี้อายุก็เยอะแล้ว ไหนจะโรคประจำตัวก็มาก ทั้งโรคหัวใจ ซึ่งเสียงปืน ระเบิดในเหตุการณ์ปะทะในครั้งนั้น ตนยังจำเสียงได้เป็นอย่างดีว่าเป็นเช่นไร แต่ถ้าหากมีการปะทะ ทางราชการหรือหน่วยงาน ก็ควรต้องแจ้งก่อน ตนจึงจะหนีทัน ซึ่งจริงๆตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก เพราะส่งผลกระทบกับการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ด้วย และอยากให้ทุกฝ่ายเจรจาจบลงด้วยดี ไม่ต้องมีการปะทะกัน

Advertisement

ขณะที่ นางสุวรรณี ปัทมะ อายุ 68 ปี กล่าวว่า หลังจากเมื่อทราบข่าวว่า กัมพูชาได้หันปากกระบอกปืนมาที่ฝั่งไทย ตอนนี้พวกตนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมตลอดเวลา เผื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นมา จะได้หนีทัน ซึ่งตนมองว่าในปีนี้มีทหารจากหลายหน่วยมาประจำที่ชายแดนพระวิหาร เป็นจำนวนมาก อาจจะมีการปะทะก็เป็นได้ แต่ตนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่อยากให้มีการปะทะกัน เพราะทำให้ชาวบ้าน ไม่มีความสุข ประกอบอาชีพก็ไม่ได้ ต้องคอยระวังตลอดเวลา แต่ถ้ามีเหตุการณ์ยังไง พวกตนก็ต้องออกจากพื้นที่ ซึ่งตอนนี้จากที่ทันที จากการที่ตนสอบถามทำให้ทราบว่า มีชาวบ้านเริ่มทยอยออกจากพื้นที่เยอะแล้ว โดยไปอาศัยอยู่ตามบ้านญาติหรือไปหาเช่าบ้านอยู่ก่อน ซึ่งตนมองว่าหากปีนี้มีการปะทะ จะรุนแรงและน่ากลัวกว่าปี 2554 เป็นอย่างมาก