เกษตรกรพิจิตร ไม่ง้อปุ๋ยเคมี ทำนาแบบ หว่านน้ำตม จมวารี ฝ่าวิกฤตราคาข้าวตกต่ำ
หลังจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำเหลือเพียง 5,000 กว่าบาท ทำให้ชาวนาทำนาไม่คุ้มทุน โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูง ทำให้กลุ่มชาวนาในวิทยาลัยชาวนาพิจิตร สาขาไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต้องลุกขึ้นสู้ต้นทุนการทำนาที่แพง โดยลดการใช้สารเคมีหันมาใช้ปุ๋ยที่ผลิตได้จาก จาวปลวก
โดยชาวนากลุ่มนี้ได้ทำนาแบบ นาหว่านน้ำตม จมวารี โดยเมื่อหว่านข้าวแล้ว 5 วัน จะใส่ปุ๋ยจากจุลินทรีย์จาวปลวกลงไปพร้อมกับน้ำให้ท่วมเมล็ดข้าว ทำให้สามารถลดวัชพืชในแปลงนาได้ และไม่จำเป็นต้องซื้อยามากำจัดวัชพืชในแปลงนา และยังมีการใช้เครื่องมือวัดธาตุอาหารในดิน ดูค่าความต้องการของปุ๋ยในแปลงนาเพื่อจดบันทึก เป็นค่าอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้ว่าพืชมีความต้องการปุ๋ยในแต่ละช่วงเท่าไหร่จะได้สามารถใส่ปุ๋ยที่ผลิตจากจุลินทรีย์เพิ่มตามความต้องการของพืช โดยที่ผ่านมาชาวนากลุ่มนี้ได้มีการทดสอบการใช้ปุ๋ยจากการหมักจุลินทรีย์จาวปลวกมาแล้ว 3 ปี และได้ผลผลิตตามความต้องการ
นายสุเทพ ศรีโชค เกษตรกรชาวนาไผ่ท่าโพธิ์ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร กล่าวว่า การทำนาแบบน้ำตม จมวารี ต้องมีการปรับนาให้เรียบและเมื่อเติมน้ำจนท่วมเมล็ดข้าวก็จะสามารถช่วยป้องกันวัชพืชงอก ในแปลงนาได้เป็นอย่างดี ส่วนการใช้จุลินทรีย์จาวปลวก ได้ทดลองใช้จุลินทรย์แทนปุ๋ยมาแล้วถึง 3 ปี โดยปีแรกได้ข้าวถึง 850 กิโลกรัมต่อไร่ และเมื่อปีที่ผ่านมามีการเพิ่มจุลินทรีย์ในนาไร่ละ 2,000 ลิตร ทำให้ได้ข้าวถึงไร่ละ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม
นายสุเทพกล่าวด้วยว่า สำหรับการทำจุลินทรีย์จาวปลวก เป็นจุลินทรีย์ที่ลงทุนไม่มาก เพียงขุดจาวปลวกในธรรมชาติมาเพาะเลี้ยงด้วยข้าวสุก หรือน้ำซาวข้าว ก็สามารถเลี้ยงจุลินทรีย์กลุ่มนี้ซึ่งกินแป้งเป็นอาหารได้มากตามความต้องการ และจุลินทร์กลุ่มนี้ยังช่วยกำจัดเชื้อราร้ายที่อยู่ในนาข้าวทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้แทบไม่ต้องลงทุนซื้อปุ๋ยยา เพื่อต่อสู้กับราคาข้าวที่ลดลงในขณะนี้ราคาเหลือเพียงตันละ 5,000-6,000 บาทเท่านั้น และยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
“โดยข้อมูลจา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าการส่งออกข้าวไทยปี 2568 มูลค่าลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี จากปัจจัย ที่ข้าวโลกปี 2568 มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.9% จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะอินเดีย มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 7.4% ส่วนไทยเพิ่มขึ้น 5.9% และอินเดียส่งข้าวลงสู่ตลาด ทำให้ราคาข้าวไทยลดลง”


