หน้าแรก ภูมิภาค อดีตทหารเรือ ...

อดีตทหารเรือ นามสกุลดัง ฉุนเพื่อนบ้าน สตาร์ตรถแช่นาน เสียงดังรำคาญ คว้าปืนยิงดับ 1 เจ็บ 1 

20.06.25 | 17:07 น.

อดีตทหารเรือ นามสกุลดัง ฉุนเพื่อนบ้าน สตาร์ตรถแช่นาน เสียงดังรำคาญ คว้าปืนยิงดับ 1 เจ็บ 1 


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน พ.ต.ท.อำพล นุชนงค์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกัน ที่ห้องแถวแห่งหนึ่ง ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร, ร.ต.ท.วิทวัส ศรีคง รอง สว.(ป)หัวหน้าสายตรวจตำบลวังไผ่, ตำรวจชุดสายสืบ สายตรวจ ตำรวพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวเช่าติดกัน 4 ห้อง ที่หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องซ้ายสุด มีรถกระบะ อีซูซุ สีดำ จอดอยู่หน้าบ้าน ที่หน้าประตูบ้าน และใกล้กับประตูรถยนต์ด้านขวา มีกองเลือดจำนวนมาก ทราบมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ทราบชื่อคือ น.ส.จิราวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ตาข้างขวาจนลูกตาทะลักออกมานอกเบ้า อาการโคม่า หน่วยกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ก่อนแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ได้วิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อยู่ริมถนน ทราบชื่อ นายสุรพจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี สภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียว มีเลือดไหลท่วมตัว ถูกยิงเข้าที่ไหปลาร้าใกล้ลำคอด้านขวา แต่กระสุนถากเข้าไม่ลึก บาดเจ็บไม่มาก พูดจาถามตอบรู้เรื่องดี

นายสุรพจน์ กล่าวว่า คนก่อเหตุยิงตนเป็นเพื่อนบ้านห้องเช่าใกล้กัน ซึ่งมาอยู่ที่หลังตน ชอบตะโกนต่อว่าตนว่าติดเครื่องยนต์จอดแช่ไว้นานทำให้รำคาญ ซึ่งตนก็บอกไปว่า รถยนต์ตนต้องติดเครื่องวอร์มแช่ไว้ก่อนทุกครั้งก่อนจะขับออกไป หรือก่อนจะดับเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว

ช่วงเกิดเหตุก็เช่นกัน ตนจึงได้เดินไปเคาะประตูถามว่า ได้ว่าอะไรตนเท่านั้นเอง ก็คว้าปืนมาไล่ยิงตนจนต้องวิ่งหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งไปทำแผลที่โรงพยาบาล

ส่วนที่จุดเกิดเหตุ มีกำลังตำรวจชุดสายสืบทั้งในและนอกเครื่องแบบควบคุมพื้นที่อยู่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นอดีตทหารเรือเกษียณราชการนายหนึ่ง ยศ ร.ท. นามสกุล อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 67 ปี ซึ่งพักอยู่ห้องแถวเช่าเดียวกัน อยู่ห้องด้านขวามือสุด ซึ่งปิดล็อกประตูหน้าและประตูหลัง

เจ้าหน้าที่พยายามตะโกนเรียกแต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบรับ โดยตำรวจได้พยายามตะโกนเรียกและตรวจสอบรอบ ๆ พื้นที่ พบปลอกกระสุน ขนาด .22 ตกอยู่ 1 ปลอก บนพื้นปูนใกล้กับห้องเช่า ทำให้ตำรวจไม่กล้าบุกจู่โจมเข้าไปเพราะผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน

กระทั่ง ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมชุดเสื้อเกราะและโล่กันกระสุน จึงตัดสินใจสะเดาะกลอนประตูลูกบิด บุกจู่โจมเข้าไป ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ได้ปิดล็อกประตูบ้านถ่วงเวลาหลอกเจ้าหน้าที่ไว้ โดยทราบว่า ได้ขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีเทาดำ ทะเบียน อุดรธานี หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ในที่จอดรถของร้านอาหารแห่งหนึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ภรรยาใหม่ของผู้ก่อเหตุทำงานอยู่

ตรวจสอบภายในรถพบอาวุธปืนยาวขนาด .22 กระบอกที่ใช้ก่อเหตุ วางอยู่บนเบาะหลัง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วน ร.ท. ผู้ก่อเหตุยังไม่ทราบว่าหลบหนีไปทางทิศทางใด เจ้าหน้าที่กำลังตามไล่หากล้องวงจรปิดอยู่ขณะนี้

จากการสอบถามภรรยาผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า สามีตนเป็นพ่อหม้ายบ้านเดิมอยู่ จ.อุดรธานี ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าสามีได้ไปส่งตนซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร แล้วสามีก็ได้ขับรถกลับมาที่บ้านเช่า แต่ที่ผ่านมาสามีตนและผู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บเคยมีปากเสียงกันมาก่อนจากปัญหาเรื่องเสียงรถยนต์ดังรบกวน

ด้าน พ.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงกันมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน เบื้องต้นทราบว่า สาเหตุมาจากผู้ก่อเหตุกับผู้บาดเจ็บมีปัญหากันเรื่องติดเครื่องรถยนต์เสียงดัง ช่วงเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ต่อว่าผู้บาดเจ็บว่าติดรถยนต์เสียงดัง

จากนั้นผู้บาดเจ็บได้เดินไปเคาะประตูห้องถามผู้ก่อเหตุถึงเรื่องที่ถูกต่อว่าดังกล่าว แต่ปรากฏว่า ร.ท. ผู้ก่อเหตุ ได้เปิดประตูออกมาแล้วจ่อยิงไปที่หน้าของ นายสุรพจน์ แต่กระสุนเชี่ยวไปถูกบริเวณลำคอช่วงไหปลาร้าด้านขวาบาดเจ็บไม่มาก

พ.ต.อ.ปัญญา กล่าวต่อว่า จากนั้น ภรรยาของนายสุรพจน์ซึ่งอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดู แต่เมื่อผู้ก่อเหตุเห็นเข้าจึงหันไปยิงใส่ 1 นัด จนบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป