หน้าแรก ภูมิภาค ทุเรียนบุรีรั...

ทุเรียนบุรีรัมย์ ไม่สนเขมรห้ามนำเข้าผลไม้ไทย-ปิดด่าน ผู้ว่าฯ เล็งกระจายทุกจังหวัดที่ไม่ได้ปลูก

22.06.25 | 15:03 น.

เกษตรกรทุเรียนน้ำแร่ ไม่หวั่นกัมพูชา สั่งห้ามนำผลไม้เข้าและปิดช่องจุ๊บโกกี เผยผู้ว่าฯ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมประสานพาณิชย์จังหวัดหาจุดขายครบทุกอำเภอและส่งขายต่างจังหวัดที่ไม่ได้ปลูกทุเรียน


เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน หลังจากแม่ทัพภาค 2 สั่งให้มีการปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.เป็นต้นไปโดยไม่มีกำหนด ก่อนที่ต่อมาสมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตอบโต้ด้วยการสั่งปิดด่านถาวร จุ๊บโกกี (ฝั่งตรงข้ามจุดผ่อนปรนฯ สายตะกู จ.บุรีรัมย์) บ้านจุ๊บโกกีลิจ ตำบลอำปิล อำเภอบันเตียอำปิล จังหวัดอุดรมีชัย และด่านช่องจวม ตำบลตรอเปรียงไปร อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย (ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ) ถือเป็นบรรยากาศที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นของทั้งสองประเทศ

การตอบโต้ของทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้เกษตรกรที่ปลูกผักและผลไม้ต่างวิตกกังวล โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นเมืองผลไม้และส่งผ่านประเทศกัมพูชา ปีละเป็นจำนวนมาก

Advertisement

ขณะที่เกษตรกรชาวสวนที่อำเภอโนนสุวรรณ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะทุเรียนน้ำแร่ที่กำลังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในแวดวงทุเรียนนั้น เกษตรกรที่นี่ไม่หวั่นวิตกกับมาตรการของกัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงหน้าผลผลิตนี้ เพราะหน่วยงานราชการในจังหวัดพร้อมให้การช่วยเหลือ

โดยนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวหลังไปตรวจเยี่ยมชาวสวนทุเรียน ว่า ทุเรียนน้ำแร่ของ อ.โนนสุวรรณ เป็นทุเรียนที่มีคุณภาพสูง รสชาติดีเพราะปลูกในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินเป็นน้ำแร่ ผ่านการวิเคราะห์ทางภูมิศาสตร์แล้ว

ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับชาวสวนตอนนี้ ทางจังหวัดได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมสวนและเก็บผลไม้ด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ เร่งประชาสัมพันธ์หาจุดวางจำหน่ายทุเรียนและผลไม้ให้ครบทุกอำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์

นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเล็งประสานพาณิชย์จังหวัดที่ไม่ได้ปลูกผลไม้ ให้นำไปวางจำหน่ายให้ทันเวลาก่อนผลไม้จะเสียหายแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการทันที เชื่อว่าผลไม้ของเกษตรกรไม่ตกค้างอย่างแน่นอน