หน้าแรก ภูมิภาค กองกำลังบูรพา...

กองกำลังบูรพา สั่งห้าม รถเข็น-มอเตอร์ไซค์-จยย.พ่วงข้าง ป้ายกัมพูชาเข้าไทย 

23.06.25 | 11:02 น.

กองกำลังบูรพา สั่งห้าม รถเข็น-มอเตอร์ไซค์-จยย.พ่วงข้าง ป้ายกัมพูชาเข้าไทย 


เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา ได้กำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุดบริเวณพื้นที่ชายแดน และการป้องกันลักลอบกระทำผิดกฎหมายต่างๆ โดยไม่อนุญาต ให้รถเข็นคนเดิน ตั้งแต่ 2 ล้อขั้นไป, รถจักรยานยนต์ที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนราชอาณาจักรกัมพูชา และรถจักรยานยนต์ดัดแปลงทุกประเภทของกัมพูชา เข้ามาในราชอาณาจักรไทย บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี๋ยน-สตึงบท, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ

ทั้งนี้ ให้หน่วยที่รับผิดชอบ บังคับใช้มาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนการเปิดด่านฝั่งกัมพูชาในเวลา 09.00 น. ว่า มีตึงเครียดผิดปกติ โดยปกติจะมีแรงงานกัมพูชาจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถชาลี มารอข้ามแดนเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือ แต่เช้าวันนี้ภาพดังกล่าวหายไปอย่างสิ้นเชิง หลังทางฝั่งไทย “ยกระดับตอบโต้” ต่อมาตรการของกัมพูชาที่ประกาศงดรับน้ำมันและก๊าซจากไทย

โดยให้หน่วยที่รับผิดชอบ บังคับใช้มาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป จนกว่า กองกำลังกำลังบูรพา จะเปลี่ยนแปลง โดยหลังประตูด่านฝั่งกัมพูชาเปิด เจ้าหน้าที่ไทยได้หยุดยานพาหนะที่พยายามจะข้ามแดนไว้ทันที ท่ามกลางความมึนงงของแรงงานกัมพูชาหลายราย

เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาได้เข้ามาเจรจา โดยอ้างว่า “ไม่ทราบล่วงหน้า” ว่าฝั่งไทยจะบังคับใช้มาตรการเข้มข้นถึงขั้นนี้ ขณะที่แรงงานบางคนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยระบุว่าจำเป็นต้องนำรถเข้ามาดำเนินการด้านเอกสารกับศุลกากร มิฉะนั้นจะเสียค่าปรับ

อย่างไรก็ดี การเจรจาระดับหน่วยปฏิบัติการระหว่างไทย–กัมพูชาดำเนินไปด้วยดี โดยทั้งสองฝ่าย “จับมือกัน” ย้ำจุดยืนให้แรงงานกัมพูชาเข้าใจตรงกันว่า รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถเข็น ข้ามแดนไม่ได้ แต่สามารถจอดไว้ฝั่งกัมพูชา และเดินข้ามผ่านช่องคนเดินเข้าสู่ฝั่งไทยได้ตามปกติ

สถานการณ์ในช่วงสายเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงอยู่ภายใต้สายตาและมาตรการควบคุมเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ โดยยังไม่มีการประกาศผ่อนปรนหรือกำหนดระยะเวลาของมาตรการนี้แต่อย่างใด

ด้าน “สวท.สระแก้ว” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทยกัมพูชา หน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนเปิดประตูด่านฝั่งกัมพูชาในเวลา 09.00 น. เหตุการณ์ตึงเครียดผิดปกติ โดยปกติจะมีประชาชนกัมพูชาจำนวนมากขับขี่รถจักรยานยนต์ รถจักยานยนต์พ่วงข้าง และรถชาลี มารอข้ามแดนเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือ แต่เช้าวันนี้ภาพดังกล่าวหายไปอย่างสิ้นเชิง หลังทางฝั่งไทย โดยกกล.บูรพา “ยกระดับตอบโต้” ต่อมาตรการของกัมพูชาที่ประกาศงดรับน้ำมันและก๊าซจากไทย

กองกำลังบูรพาโดยชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 โดยร้อย ทพ.1201 ได้รับคำสั่ง “สกัดกั้นเต็มรูปแบบ” ห้ามยานพาหนะขนาดเล็กทุกชนิดของประชาชนกัมพูชาเข้าฝั่งไทยโดยเด็ดขาด แต่รถจักรยานยนต์ที่มีหมายเลทะเบียนไทยและรถยนต์ สามารถเข้า-ออกได้ตามปกติ หลังประตูด่านฝั่งกัมพูชาเปิดประตูด่าน เจ้าหน้าที่ไทยได้หยุดยานพาหนะที่พยายามจะข้ามแดนไว้ทันทีพร้อมประชาสัมพันธ์ ท่ามกลางความมึนงงของแรงงานกัมพูชาหลายรายขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาได้เข้ามาเจรจากับฝ่ายไทย โดยอ้างว่า “ไม่ทราบล่วงหน้า” ว่าฝั่งไทยจะบังคับใช้มาตรการเข้มข้นถึงขั้นนี้

ขณะที่แรงงานบางคนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยระบุว่าจำเป็นต้องนำรถเข้ามาดำเนินการด้านเอกสารกับศุลกากร มิฉะนั้นจะเสียค่าปรับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ปรชาชนกัมพูชาที่ใช้รถจักรยานยนต์กว่า 1 พันคันเดือดร้อนกันทั่วหน้า

อย่างไรก็ดี การเจรจาระดับหน่วยปฏิบัติการระหว่างไทย–กัมพูชาดำเนินไปด้วยดี โดยทั้งสองฝ่าย “จับมือกัน” ย้ำจุดยืนให้ประชาชนกัมพูชาเข้าใจตรงกันว่า รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และรถเข็น ข้ามแดนไม่ได้ แต่สามารถจอดไว้ฝั่งกัมพูชา และเดินข้ามผ่านช่องคนเดินเข้าสู่ฝั่งไทยได้ตามปกติ สถานการณ์ในช่วงสายเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงอยู่ภายใต้สายตาและมาตรการควบคุมเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ โดยยังไม่มีการประกาศผ่อนปรนหรือกำหนดระยะเวลาของมาตรการนี้แต่อย่างใด