สถานการณ์ชายแดนระส่ำ แรงงานกัมพูชานับกว่า 500 คน ยังเข้าไทยไม่ได้ ขณะหอการค้า-สมาคมการค้าชายแดน เสนอพูดคุยเจรจากันให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยยืดเยื้อ ทำเศรษฐกิจพังทั้งระบบ คนพื้นที่ 2 ประเทศเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน สถานการณ์ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณจุดผ่านแดนถาวร ตลาดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พบว่ามีแรงงานชาวกัมพูชาที่ตกค้างอยู่บริเวณหน้าด่านฝั่งไทย เพื่อรอเดินทางกลับเข้าประเทศจำนวนมาก โดยมีทางด้าน นาวาเอก นพโรจน์ สิริ ปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี พร้อมกำลังทหาร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มาดูสถานการณ์
โดยในวันนี้ ทางการไทย ได้มีการอนุโลมประสานทั้งสองฝั่ง เร่งปล่อยแรงงานชาวกัมพูชา เดินทางไปยังประเทศบ้านเกิด ทำให้พบเห็นภาพบรรยากาศของแรงงานกัมพูชา นับ 1,000 คน ต่างพากันทยอยแบกสัมภาระข้าวของ เดินทางข้ามแดนกลับสู่ประเทศ สถานการณ์ชายแดนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด โดยเน้นความสงบเรียบร้อย และลดผลกระทบต่อประชาชน

และเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ด่านถาวรบ้านแหลม อ.ป่งน้ำร้อน นายสินทวีวรัต พงสินพุฒิสุภชา หัวหน้าชุดประสานตลาดบ้านแหลม ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.สมุทรปราการ ว่าจะมีการนำศพของ นายจอย อายุ 20 ปี ชาวกัมพูชา ที่เสียชีวิตจากอาการป่วย จากโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ มาบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านเกิดในกัมพูชา ผ่านทางด่านถาวรบ้านแหลม จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยประสานงานไทย-กัมพูชา ให้ประสานงาน กับทางเจ้าหน้าที่กัมพูชา ได้เปิดประตูหน้าด่านเพื่อนำรถพยาบาลเข้ามารับผู้เสียชีวิตกลับไปกัมพูชา ซึ่งการประสานงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามหลักมนุษยธรรม ประตูฝั่งไทย เปิดให้รถกู้ภัยฯ นำผู้เสียชีวิตส่งกลางสะพาน ด่านถาวรบ้านแหลม รถพยาบาลจากกัมพูชา มารับผู้เสียชีวิตกลับไปยังฝั่งกัมพูชา ด้วยความเรียบร้อย จากความประสานงานด้วยดีระหว่างไทยและกัมพูชา

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนภาคเอกชนในพื้นที่ โดย นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้า จ.จันทบุรี เผยว่า อยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย พูดคุยเจรจากันให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นคนละเรื่องกับเรื่องเขตแดน ซึ่งชายแดนด้าน จ.จันทบุรี ทั้งไทยและกัมพูชา ทำมาค้าขายปกติ ในระดับพื้นที่ไม่เคยมีปัญหากัน ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีทั้ง 2 ฝ่าย พอมาเจอสถานการณ์เช่นนี้เลยส่งผลไปกันใหญ่ ฉะนั้นควรแยกแยะและเจรจากันให้เร็วที่สุด แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป อาจส่งผลกระทบกับภาคแรงงานในจันทบุรี ซึ่งหอการค้าอยากให้มองหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ไว้เป็นทางเลือกแต่เนิ่นๆ รวมไปถึงการหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ในช่วงเวลา Date Air ปิดด่านที่ไม่มีการค้าขายข้ามแดน ซึ่งทางหอการค้าเตรียมหารือ เสนอแนวทางร่วมจังหวัด หากิจกรรมหรือวิธีการกระตุ้น ให้เกิดการผ่อนคลายกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ร่วมไปถึงช่องทางค้าขายอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม นายอุกฤษฏ์ ยังมองถึงการตัดจบในการสถานการณ์ตอนนี้ให้เร็วที่สุด อย่ายืดเยื้อให้นานไปกว่านี้ เพราะจะไม่มีอะไรดีขึ้น และพร้อมสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลให้เร่งจัดการปัญหาในครั้งนี้ และเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ด้าน ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้หยุดกิจกรรมค้าขายทุกประเภท หลังมีคำสั่งงดการเดินทางข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา ซึ่งทางสมาคมฯ เห็นด้วย รวมไปถึงสมาคมการค้าจังหวัดอื่นๆ กับคำสั่งการปิดด่าน ที่จะช่วยให้เข้าใจในบริบทและนำไปสู่การเจรจากันที่เป็นรูปธรรมซักที

“อย่าเพียงแต่เล่นสาดน้ำใส่กันไม่จบไม่สิ้น ซึ่งก็ให้กำลังใจรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคง ขอให้เร่งการเจรจาและดำเนินการตามแนวทางวาระของรัฐบบาล ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ในตอนนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าในความชัดเจน เพราะไม่อย่างนั้นก็จะปิด-เปิดด่านกันเรื่อยไป” ดร.รัฐวิทย์กล่าว


