หน้าแรก ภูมิภาค ชาวโป่งลึก-บา...

ชาวโป่งลึก-บางกลอย ดีใจ “ปิดทองหลังพระ” ผู้ว่าฯเพชร ดูติดตั้งโซลาเซลล์ สูบน้ำแก้ภัยแล้ง ต้นไม้ไม่เหี่ยวแล้ว

25.06.25 | 22:23 น.

ชาวโป่งลึก-บางกลอย ดีใจ “ปิดทองหลังพระ” ผู้ว่าฯเพชรบุรี ลงพื้นที่ดูติดตั้งโซลาเซลล์ สูบน้ำแก้ภัยแล้ง ผัก ผลไม้ ไม่เหี่ยวแล้ว

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมด้วย ร.ต.ท. ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (ไมโครกริด) เพื่อการเกษตร อุปโภคและบริโภค ที่บ้านโป่งลึก บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ำเกษตร อุปโภค บริโภค ให้กับชาวโป่งลึกบางกลอย 199 ครัวเรือน

นายกฤษฎากล่าวว่า สำหรับพื้นที่บ้านโป่งลึกบ้านบางกลอย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯทรงเยี่ยม และติดตามผลการทำงานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านโป่งลึก เป็นประจำ โรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดรับลูกหลานชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอมาเรียนด้วย

นายกฤษฎา กล่าวว่า เมื่อปี 2555 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงรับสั่งม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันฯ ขณะนั้นว่า ราษฎรที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ยังมีชีวิตความเป็นอยู่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ  ม.ร.ว.ดิศนัดดาได้รับสนอง ให้ทางสถาบัน ฯส่งเจ้าหน้าที่มาดูในปีนั้น จึงเป็นที่มาของโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์  หรือโซลาร์เซลล์และการพัฒนาอาชีพส่งเสริมให้ราษฎร ได้ปลูกทุเรียน กล้วย  กาแฟ มะนาว และพืชผักสวนครัว โดยมี ระบบน้ำเพื่อการเกษตรครอบคลุมพื้นที่ 600 กว่าไร่ 73 ครอบครัว และมีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคถึง 126 ครอบครัวจากทั้งหมด 199 ครอบครัว

ต่อมาเวลาผ่านไปถึงปี 2567 สถาบันฯได้มาตรวจสอบดูปรากฏว่าแผงเซลล์แสงอาทิตย์แตกร้าว ชำรุดเสียหายตามกาลเวลา ทำให้ไม่สามารถใช้การได้ ส่งผลให้ขาดแคนน้ำเพื่อการเกษตรพืชยืนต้นตาย ราษฎรจึงร้องขอให้สถาบันฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหา และพร้อมจะสละแรงงานช่วยกันซ่อมแซมพัฒนาให้ใช้งานได้

Advertisement

นายกฤษฎากล่าวว่า ทางสถาบันฯ จึงประสานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนงบประมาณ 6 ล้านบาท และใช้เงินของมูลนิธิ ปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ 3 ล้านบาท รวมเป็น 9 ล้านบาท แล้วมาขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, โครงการชลประธานเพชรบุรี, องค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้สนับสนุนองค์ความรู้ บุคลากร พร้อมทั้งอบรมให้คำแนะนำการใช้งานและดูแลรักษาแก่องค์กรปกครองท้องถิ่น โดย ระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ (ไมโครกริด) ปรับปรุงใหม่นี้แตกต่างจากของเดิมคือ มีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่ายสามารถเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้ได้

“สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระได้น้อมนำหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ปรากฏคนที่นี่ได้เก็บค่าน้ำตามมิเตอร์หน่วยละ 5 บาทแต่ละครัวเรือนจะใช้น้ำประมาณ 50 บาทต่อเดือน  โดยส่วนหนึ่งเก็บไว้ในบัญชีเงินฝาก อีกส่วนจะเก็บเป็นเงินสด 1,000-2,000 บาทเพื่อไว้ซ่อมแซมอุปกรณ์ชำรุด”นายกฤษฎากล่าว

นางจินดารัตน์ คำเวียง ผู้ใหญ่บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เผยว่า ชาวบ้านดีใจมาก มีน้ำ ต้นไม้รอน้ำอยู่ ไม่เหี่ยวแล้ว ตอนนี้ลูกบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก จากเดิมปลูกผักกันไม่ได้หน้าแล้งรอฝนอย่างเดียว แต่พอมีโซลาร์เซลล์ปลูกได้ทั้งปี

“พอเรียนจบ ม.6 ก็กลับเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้าน เป็นป่ากล้วยกับมะนาว ตอนนั้นไม่มีเครื่องสูบน้ำ ต้องตักน้ำรดเอา มะนาวขายได้ร้อยละ 15 บาท เก็บไปขายก็ไม่คุ้มค่าเก็บ ค่าน้ำมันที่ต้องขนออกไปขาย ไม่มีความรู้ ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ปลูกให้รอด ต้นไหนดกก็เก็บไว้ทำพันธุ์แต่ต่อมา “ปิดทองหลังพระ”เข้ามา ชาวบ้านประชุม ถามชาวบ้านว่าอยากได้อะไร ส่วนใหญ่อยากได้น้ำทำการเกษตร จึงนำมาสู่โครงการติดโซลาร์เซลล์”ผู้ใหญ่บ้านกล่าว

นางจินดารัตน์บอกอีกว่า ปิดทองหลังพระพาไปดูงานข้างนอก จากที่เราอยู่ที่แคบๆ พอไปดูที่อื่นเขาทำได้ เราเอามาปรับ ที่ไปดูงานแล้งกว่าบ้านเรา เราน่าจะทำได้ กลับเอามาปรับเปลี่ยนเราก็ทำได้ ชอบอะไรเราก็ปลูกอย่างนั้น ชอบทุเรียนก็ปลูกทุเรียน พอออกลูก กินไม่หมด เอาไปขาย ปรากฏว่าขายได้และเรื่องการตลาด คนที่อยู่ในป่า ไม่มีความรู้ มันเหนื่อยแล้วก็ยากสำหรับเรา พอปิดทองเข้ามา ก็ช่วยเรา ได้เยอะ โฆษณาให้เรา สื่อกระจายออกไป ให้รู้ว่าเรามีทุเรียน กาแฟ กล้วยที่อร่อย

ผู้ใหญ่บ้านสาว กล่าวว่า กำลังผลักดันชาวบ้านอยู่ ให้เขาเห็นเหมือนที่เราเห็น ปลูกทุเรียนเป็นหลัก กาแฟเป็นรอง เราปลูกเราขายได้ รายได้เข้าบ้าน มีเงินส่งลูกเรียน มีชีวิตที่ดีขึ้น และยังมีอาชีพเสริมการท่องเที่ยวพยายามทำ จะให้ตัวเองเกิดผลก่อน ให้คนอื่นดูเป็นตัวอย่าง