หน้าแรก ภูมิภาค ‘ชาวชำร...

‘ชาวชำราก’ ตราด ซ้อมอพยพทั้งตำบล ทหารย้ำสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ

26.06.25 | 16:59 น.

ชำรากตื่นตัว ซ้อมอพยพทั้งตำบล ทหารย้ำสถานการณ์ไม่ไว้วางใจ ทุกคนต้องรู้ขั้นตอน ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ระเบิดลงลูกแรก หนีทันที ด้านชาวบ้านบอกกังวลกว่าปี 28


เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่หมู่บ้าน ม.5 บ้านหนองยาง ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด นายภิญโญ ดีหลาย กำนันตำบลชำราก ทหารชุดปฏิบัติการที่ 22 บ้านชำราก หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ตำรวจ สภ.บ้านท่าเลือน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านหมู่ 5 สถานีอนามัยบ้านชำราก พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลชำราก ร่วมทำการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเสมือนจริง การอพยพ การช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หากเกิดสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดน โดยตำบลชำรากมีการซ้อมแผน ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ ตำบลชำราก เป็น 1 ใน 4 ตำบลของอำเภอเมืองตราด ที่เขตแดนติดกับประเทศกัมพูชา คือ ตำบลชำราก ตำบลท่ากุ่ม ตำบลตะกาง และตำบลแหลมกลัด ทั้ง 4 ตำบล มีสถานที่ราชการ โรงเรียน วัด สถานีอนามัย และบ้านประชาชน ที่มีระยะห่างแค่ 2-15 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งในอดีตชายแดนตราด เคยเกิดสงครามระหว่างเขมรแดงและเวียดนาม มีลูกระเบิดตกลงมาในพื้นที่ประชาชน ทำให้ต้องทิ้งบ้านเพื่ออพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยไปพักอาศัย เรียนหนังสืออยู่ที่นั้นนานหลายเดือน

Advertisement

ทหารชุดปฏิบัติการที่ 22 บ้านชำราก ชี้แจงสถานการณ์ให้ชาวบ้านฟังว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ มีการเคลื่อนกำลังทหารของทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในตอนนี้ ยังคงตึงเครียด ซึ่งการซ้อมในครั้งนี้ต้องการให้ประชาชนรู้ขั้นตอนและเส้นทางการอพยพที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมไปถึงลดความสับสน ความตื่นตระหนก หากมีการสู้รบกันจริง เมื่อมีลูกระเบิดลูกแรกลงมาในพื้นที่ ประชาชนต้องรู้ด้วยตัวเองว่าต้องอพยพทันที

ส่วนชาวบ้าน หมู่บ้าน 5 เล่าถึงความทรงจำที่น่ากลัวในอดีตเมื่อปี 2528 ว่า น่ากลัวมาก สมัยนั้นยังไม่มีรถยนต์ การหลบหนีทำได้เพียงอาศัยรถไถที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางความหวาดกลัว ภาพในอดีตยังคงชัดเจน เมื่อได้ยินเสียงดังบนท้องฟ้า ก็จะมองเห็นดวงไฟสีแดงเต็มไปหมด ทุกคนต้องรีบวิ่งไปรวมตัวกันในหลุมบังเกอร์ที่เคยมีให้ใช้ในสมัยนั้น

ปัจจุบันกังวลสถานการณ์ เพราะตอนนี้สถานการณ์แตกต่างจากในอดีต ชาวบ้านมองว่าเหตุการณ์สู้รบสมัยก่อนเป็นลักษณะความขัดแย้งภายในของประเทศเพื่อนบ้านที่ล้ำข้ามแดนเข้ามา แต่หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นในปัจจุบัน จะเป็นการสู้รบโดยตรงระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะรุนแรงกว่าในอดีต

นายเตธรรศ รัตนไชย ปลัดอำเภอเมืองตราด กล่าวว่า การซ้อมแผนครั้งนี้ ได้ดำเนินการในหลายมิติ คือ การเตรียมหลุมหลบภัย มีการสำรวจและเตรียมความพร้อมของหลุมหลบภัยและบังเกอร์ในทุกพื้นที่หมู่บ้านชายแดนทั้ง 19 หมู่บ้าน 4 ตำบล เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับประชาชน โดยบางส่วนที่ชำรุด อยู่ระหว่างการซ่อมแซมปรับปรุง

รวมไปถึงการซ้อมอพยพประชาชนในพื้นที่ตำบลชายแดน เพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยและปฏิบัติตามขั้นตอนที่หน่วยงานราชการได้วางไว้ได้อย่างถูกต้อง การรับรู้ของประชาชนและการสื่อสาร ประชาชนในพื้นที่ชายแดนรับรู้ข้อมูลข่าวสารและมีความตื่นตัว โดยทางการได้เน้นย้ำให้รับฟังข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ คือ ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) เป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสนและความตื่นตระหนก และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเมื่อได้รับการแจ้งเตือน

นอกจากการซ่อมแซมหลุมหลบภัยที่มีอยู่เดิมให้พร้อมใช้งานแล้ว ทางอำเภอได้มอบหมายให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อหาจุดที่จำเป็นต้องสร้างหลุมหลบภัยเพิ่มเติม จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเพื่อประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดหางบประมาณและดำเนินการก่อสร้างต่อไป

สำหรับตำบลชำราก ตำบลท่ากุ่ม ตำบลตะกาง และตำบลแหลมกลัด ยังคงมีการซักซ้อมแผนอพยพต่อเนื่อง ไม่ได้ซ้อมเพียงครั้งเดียว แต่จะซ้อมแผนตามความเหมาะสม เพื่อให้ชาวบ้านมีความคุ้นชิน ไม่แตกตื่น เพื่อความปลอดภัยให้มากที่สุด