หน้าแรก ภูมิภาค รวบ หนุ่มยะลา...

รวบ หนุ่มยะลา พัวพันเหตุไม่สงบ ผวจ.สุราษฎร์ ร่อนหนังสือเฝ้าระวังคนแปลกหน้าเข้าสถานที่ราชการ

27.06.25 | 14:34 น.

ตร.สุราษฎร์ นำหมายจับคุมตัวหนุ่มยะลา สอบพัวพันเหตุไม่สงบ 3 จว.ชายแดนใต้ เจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่ผวจ.ออกหนังสือด่วน สั่งเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้า-พาหนะ เข้า-ออกสถานที่ราชการ


รวบ หนุ่มยะลา พัวพันเหตุไม่สงบ ผวจ.สุราษฎร์ ร่อนหนังสือเฝ้าระวังคนแปลกหน้าเข้าสถานที่ราชการ

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไพริทธิ์ เจริญผล สว.กก.สส.3 บก.สส.จชต.ได้ประสาน พ.ต.ท.สมเกียรติ สังข์นาค สว.สืบสวน. ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.ท.วิทยา พิทักษ์ รอง ผกก.สืบสวน 1บก.สส.ภ.8 นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ไปรับตัวนาย อัรฟัน อายุ 26 ปี ภูมิลำเนา ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา พ่อค้าขายผลไม้เคลือบน้ำตาล ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยพัวพันเหตุไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ ฉฉ. 26/2568 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2568 หลังจากชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ควบคุมตัวได้ที่บูธจำหน่ายสินค้าภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี

Advertisement

สอบสวนเบื้องต้นนายอัรฟัน ให้การปฎิเสธ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการการถูกหมายจับ อ้างว่า พักอาศัยกับภรรยาที่ จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 2 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปยังศูนย์ซักถามปากคำที่ ศปก.ตร.ส่วนหน้า จ.ยะลา

ด้านนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานความมั่นคง เกี่ยวกับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ รวมถึงสถานที่สำคัญ เพื่อป้องกันการก่อเหตุไม่สงบ เน้นย้ำมาตรการการรักษาความปลอดภัยการเข้า – ออกของบุคคลและยานพาหนะในสถานที่ราชการตลอดจนสังเกตและตรวจพาหนะหรือสิ่งผิดปกติภายในหน่วยงาน

กรณีพบสิ่งผิดปกติหรือสิ่งบอกเหตุที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยภายในหน่วยงาน ให้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ทันที รวมถึงให้กำชับบุคลากรในสังกัดให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่หรือสิ่งแปลกปลอมและเฝ้าระวังป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในหน่วยงาน กรณีพบบุคคล กลุ่มบุคคล วัตถุ ยานพาหนะ สิ่งผิดปกติที่มีลักษณะต้องสงสัย อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการหรือบุคลากรในสังกัด ให้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือโดยเร็ว และขอความร่วมมือประชาชนในการสอดส่องดูแล