ผัวหัวใจสลาย เมียเข้าห้องน้ำปลดทุกข์นานผิดปกติ ตัดสินใจถีบประตู พบเสียชีวิตแล้ว
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ร.ต.ท.ทรงภพ คำใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านพักพนักงาน หลังร้านประกอบหลังคาตู้ทึบรถยนต์ ต.หนองนาคำ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ
พบเป็นห้องพักปูนชั้นเดียว ที่หน้าห้องน้ำพบศพ น.ส.ปนัดดา อายุ 41 ปี ชาว ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ สวมกระโปรงชุดนอนสีฟ้า ซึ่งก่อนตำรวจมาถึงสามีและญาติได้นำร่างออกมาจากห้องน้ำ สามีเสียใจได้แต่ร่ำไห้

จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันมาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นญาติได้ทำพิธีจุดธูปขอขมาและบอกกล่าวดวงวิญญาณ
นายธานินทร์ อายุ 37 ปี สามีผู้ตาย เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนและผู้ตายอยู่กินฉันสามีภรรยามาประมาณ 10 ปี ผู้ตายเป็นผู้จัดการร้านหลังคาตู้ทึบ สาขาอุดรธานี ส่วนตนเป็นหัวหน้าช่างเชื่อม ตนพักอยู่กับผู้ตายสองคน วันนี้เป็นวันหยุด ไม่ได้ทำงาน พอตื่นเช้าก็ออกจากห้องมานั่งเล่นที่หน้าห้องกับผู้ตาย หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จตนออกไปเอากระท้อน กลับมาถึงบ้านตอนบ่าย เอากระท้อนกับน้ำแข็งวางไว้ให้ผู้ตาย แล้วหยิบหนังเค็มไปเผากินกับเพื่อนที่กระท่อมหน้าร้าน ตนกลับมาบ้านตอนประมาณ 18.00 น.
นายธานินทร์เล่าต่อว่า ตนจะเข้าห้องน้ำแล้วกินข้าวเย็น แต่ผู้ตายอยู่ในห้องน้ำนานมาก เรียกเท่าไหร่ก็ไม่เปิด เลยบอกว่าถ้าไม่เปิดจะถีบประตูแล้วนะ พอถีบประตูเข้าไปก็เห็นสภาพผู้ตายนอนหงาย มือเขียวแล้ว กางเกงรูดลงมาอยู่ที่ขา อุจจาระเต็มกางเกงเต็มพื้นห้องน้ำหมด ตนไม่รู้ว่าเมียมีโรคประจำตัวหรือไม่ รู้แต่เมียเป็นโรคปวดหัวไมเกรนเท่านั้น

นางบุษบา อายุ 51 ปี พี่สาวนายธานินทร์ เล่าว่า วันนี้เป็นวันหยุดไม่ได้ทำงาน มีพนักงานอยู่บ้านพัก 5 คน ต่างคนต่างอยู่ห้องใครห้องมัน ส่วนตนอยู่คนละที่กับน้องชายและน้องสะใภ้ น้องชายได้ไปหาขึ้นกระท้อนมาให้เมีย พอกลับมาน้องชายสงสัยว่าทำไมเมียเข้าห้องน้ำนาน ไม่ออกสักที จึงถีบประตูเข้าไป ก็เห็นสภาพนอนเสียชีวิตในห้องน้ำ ไม่รู้ว่าน้องสะใภ้มีโรคประจำตัวอะไร เพราะไม่เคยไปตรวจเลย ทั้งคู่ใช้ชีวิตปกติไม่มีอะไร ไม่เดือดร้อนเงินทอง
ขณะที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายมีโรคประจำตัว แต่ไม่เคยไปตรวจสุขภาพเลยไม่รู้ และมาวูบเสียชีวิตขณะเข้าห้องน้ำปลดทุกข์ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่แพทย์จะนำศพไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด เสร็จแล้วจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


