โคราชเปิดจุดจำหน่าย “ทุเรียนต้นน้ำมูล” ผนึกคาเฟ่ แปรรูปเสิร์ฟเมนูสร้างมูลค่า ช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตทุเรียนล้นตลาด ราคาตกต่ำ
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา และผู้ประกอบการค้าทุเรียนจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “เปิดจุดหน่ายทุเรียนต้นน้ำมูล” ที่ ร้านกาแฟ “คลาส คาเฟ่” หน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตทุเรียนต้นน้ำมูลในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี และ อ.หนองบุญมาก ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยมีนางสาวรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา , นายอุทัย หนูวุ่น หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา , นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ประสานงานพรรคกล้าธรรม และเจ้าของร้านกาแฟ คลาส คาเฟ่ และนายฐานพัทธ์ ชาติปฏิมาพงษ์ (ล้ง 3K) บริษัทเกษตรกล้าก้าวเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมในพิธีในครั้งนี้
โดยนายอุทัย หนูวุ่น หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ปัจจุบัน ทุเรียนต้นน้ำมูลของจังหวัดนครราชสีมา เผชิญปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำกว่าทุกปี จากข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนใน จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนไว้กว่า 12,000 ไร่ มีผลผลิตออกสู่ตลาดกว่า 36,000 ตัน สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จึงได้ผลักดันโครงการส่งเสริมการจำหน่ายทุเรียนในพื้นที่เมือง เพื่อให้เกษตรกรใน 3 อำเภอ คือ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี และ อ.หนองบุญมาก มีทางเลือกในการจำหน่ายมากขึ้น และไม่ต้องพึ่งพาการขายส่งออกเพียงอย่างเดียว โดยสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน ในรูปแบบแปลงใหญ่ จำนวน 9 กลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมาตรฐาน GAP ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรจดทะเบียน GAP แล้วกว่า 180 ราย ตั้งเป้าให้ครบ 300 ราย ภายใน 2 ปี อีกทั้งยังแนะนำให้เกษตรกรแบ่งผลผลิตบางส่วนไว้จำหน่ายเอง ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้มากกว่าเดิม 2-3 เท่า เพราะทุเรียนต้นน้ำมูลของโคราชมีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัส “อ่อน เนียน นุ่ม ละมุนลิ้น” ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างจากแหล่งผลิตอื่นๆ”
ด้านนางสาวรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา กล่าวว่า “แม้จะเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดจนราคาทุเรียนลดลง แต่ไม่ควรมองว่าเป็นวิกฤต เพราะปริมาณที่มากในปีนี้ เกิดจากฝนฟ้าดี ส่งผลให้ทุเรียนคุณภาพดีทั่วประเทศ โคราชมีทั้งทุเรียนต้นน้ำมูลและทุเรียน GI ของปากช่องที่ออกพร้อมกัน ทาง ททท.สำนักงานนครราชสีมา จึงเสนอแนวทางส่งเสริมการบริโภคในพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “โคราชเฟิร์สท์” กระตุ้นให้คนในพื้นที่ 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา บริโภคผลผลิตของตัวเอง โดยเริ่มจากการเปิดจุดจำหน่ายในเมืองก่อน และยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ให้คนโคราชและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาชิมทุเรียนช่วงงานแห่เทียนเข้าพรรษา เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์โคราช ว่า เป็น “หน้าฝนน่าเที่ยว” เพราะผลไม้ดีและอากาศดี หากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้ง จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นยอดขายผลผลิตของเกษตรกรได้มากขึ้น”
นายฐานพัทธ์ ชาติปฏิมาพงษ์ (ล้ง 3K) บริษัทเกษตรกล้าก้าวเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ปริมาณทุเรียนที่ออกพร้อมกันในปีนี้ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ โดยเฉพาะราคาส่งออกที่ถูกลงมาก เกษตรกรจึงต้องปรับตัวด้วยการแบ่งสัดส่วนผลผลิตมาจำหน่ายเอง ทั้งแบบขายปลีก เปิดหน้าร้าน และขายออนไลน์ ซึ่งสามารถทำให้รายได้ดีขึ้นกว่าการพึ่งพาการส่งออกเพียงช่องทางเดียว ปัจจุบันตนเองได้เปิดจุดจำหน่ายทุเรียนหลายแห่งในเมืองโคราช เช่น แถววัดสะแก โซนบ้านเกาะ และตลาดเมแฟร์ พร้อมกับร่วมมือกับร้านกาแฟ เพื่อแปรรูปทุเรียนให้เป็นเมนูใหม่ เช่น เครื่องดื่ม และขนมหวาน ซึ่งช่วงออกผลผลิตของทุเรียนโคราช จะอยู่ระหว่างกลางมิถุนายนถึงปลายกรกฎาคม จึงอยากเชิญชวนชาวโคราชให้มาอุดหนุนหรือไปเที่ยวสวนทุเรียนโดยตรง ถือเป็นการช่วยเกษตรกรในพื้นที่ให้มีกำลังใจและมีรายได้เพิ่มขึ้น”
ขณะที่นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ประสานงานพรรคกล้าธรรม และเจ้าของร้านกาแฟ คลาสคาเฟ่ต์ กล่าวว่า “ทุเรียนต้นน้ำมูลของโคราชมีศักยภาพสูง แต่ยังขาดการรับรู้ในวงกว้าง ตนจึงร่วมผลักดันให้เกิดการเปิดจุดจำหน่ายในเมือง เพื่อให้ชาวโคราชและนักท่องเที่ยวได้รู้จัก และเข้าถึงทุเรียนคุณภาพดีที่มีลักษณะเฉพาะ คือ กลิ่นไม่ฉุน เนื้อแน่น และมีรสชาติอร่อย โดยเฉพาะปีนี้ที่คุณภาพทุเรียนดีกว่าทุกปี เนื่องจากดินและแร่ธาตุในโคราชเอื้อต่อการเพาะปลูก และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างจากภาคตะวันออก ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถต่อยอดสร้างแบรนด์ได้ ตนจึงร่วมกับเชฟและผู้ประกอบการ คิดค้นเมนูใหม่จากทุเรียน เช่น ทุเรียนปั่นคาปูชิโน มูสทุเรียน และเครื่องดื่มที่มีเนื้อทุเรียนสดท็อปปิ้ง นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรผลักดันให้ทุเรียนโคราชเข้าสู่การขอ GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับสู่ตลาดระดับประเทศในระยะยาว รวมไปถึง การแปรรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และทำให้โคราชกลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูผลไม้


