หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของที่ร้อ...

เจ้าของที่ร้อง รถบรรทุก 8 คัน ลอบขนขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง ผู้ว่าฯปราจีนสั่งเร่งสอบที่มา

3.07.25 | 13:55 น.

สาวเจ้าของที่ร้อง มีรถบรรทุก 8 คัน ลอบขนกากขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง ชาวบ้านผวา เหตุอยู่ใกล้โรงหลอมซีเซียม ผู้ว่าฯปราจีนฯสั่งเร่งสอบที่มา


เมื่อเวลา 12.35 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับร้องทุกข์ชาวบ้านว่ามีการลักลอบนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเข้ามาทิ้งในพื้นที่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 8 พ่วงรถบรรทุกสิบล้อ อีกทั้ง มีการเอาดินกลบทับหน้าไว้หนาประมาณหนึ่งคืบ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าเจ้าของที่ดิน คือ นางประทุมรัตน์ (สงวนนามสกุล)

ได้ให้ข้อมูลว่า ในครั้งแรกมีรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาติดต่อ เพื่อเสนอนำดินและปุ๋ยเข้ามาใช้ในการปลูกต้นไผ่ในพื้นที่ โดยเที่ยวแรกพบว่าเป็นปุ๋ยและดินจริงแต่ต่อมามีการลักลอบนำสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงขยะอย่างอื่นปะปนมาด้วยจึงได้ดำเนินการแจ้งเหตุต่อผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาตรวจสอบและประสานงานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูพื้นที่

Advertisement

ซึ่งปัจจุบันก็ไม่สามารถติดต่อคนที่นำเข้ามาทิ้งในครั้งแรกได้ การตรวจสอบลักลอบถมพร้อมดินในที่ของนางปทุมรัตน์ พบว่ามีลักษณะเป็นเศษวัตถุสีดำมีการปนเปื้อนของปลอกสายไฟชนิดต่างๆ ที่ผ่านการนำทองแดงออกเรียบร้อยแล้ว ปะปนมาในวัสดุดังกล่าว ลักษณะดังกล่าวที่ตรวจพบมีลักษณะคล้ายกับสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ใช้แล้วที่มีการลักลอบทิ้งในบ่อขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลกรอกสมบูรณ์ ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ที่เคยตรวจพบไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา

นางปทุมรัตน์กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีคนมาบอกว่ามีดินลูกรังมาถมที่ให้ 8 เที่ยวรถสิบล้อ โดยบอกว่าดินผสมสายไฟบด เมื่อรู้ว่าไม่ใช่เป็นดินที่จะมาถมที่เพื่อจะปลูกพืชผักได้จึงบอกไม่เอาแล้ว วานนี้มีเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมเข้ามาตรวจสอบเพื่อสอบถามถึงที่มาที่ไปของดินลูกรังที่นำมาถมบริเวณข้างบ้านซึ่งเป็นบ่อลูกรังที่มีน้ำอยู่ และได้แจ้งว่าตนเองมีความผิด ซึ่งตนได้ถามกลับไปว่ามีความผิดอะไรเพราะไม่รู้เขาจะแจ้งข้อหาก็แจ้งไป

นายธนาวรรธน์ ธัชชัยอิงสิน ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงควายแห่งลุ่มน้ำปราจีนบุรีกล่าวว่า ได้มาตรวจสอบบริเวณที่มีการนำเศษสิ่งปฏิกูลและเสียบสายไฟบดป่นมาทิ้งและถมกลบในแหล่งน้ำของเพื่อนบ้าน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต้องใช้น้ำในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เกรงว่าน้ำจะซึมไหลลงแหล่งน้ำธรรมชาติ จะทำให้ได้รับอันตรายจากสารพิษฝากเตือนถึงประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงในการใช้น้ำทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับพื้นที่ลอบทิ้งขยะกากอุสาหกรรมนี้ เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานที่เอาแท่งเหล็กซีเซียม-137 มาหลอม เคยเป็นข่าวดังทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วผ่านมาก่อนหมาดๆ ที่เพิ่งเงียบหายไป

ล่าสุด ผู้สื่อรายงานต่อไปว่า มีเอกสารข่าวของอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี แจ้งว่า นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายณชรพงศ์ บุญทา วิศวกรชำนาญการ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลหาดนางแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 และอำเภอกบินทร์บุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ในกรณีที่มีการแจ้งเหตุจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่ามีการลักลอบนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเข้ามาทิ้งในพื้นที่ จำนวน 8 พ่วงรถบรรทุกสิบล้อ อีกทั้ง มีการเอาดินกลบทับหน้าไว้หนาประมาณหนึ่งคืบอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วเมื่อวานนี้ (2 กรกฎาคม)

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีจะดำเนินการจัดเก็บตัวอย่างเพื่อส่งพิสูจน์ทราบว่าเป็นวัสดุหรือสิ่งปฏิกูลชนิดเดียวกันหรือไม่อย่างไร อีกทั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจภูธรสระบัว เพื่อให้พนักงานสอบสวนตามหาผู้กระทำผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมในไลน์กลุ่มผู้ว่าพบสื่อมวลชนโดยผู้ใช้ชื่อ วิเชียร สอจ.ปราจีน 1 หรือ นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้แจ้งสื่อมวลชน (วันที่ 27 มิ.ย.) ถึงกรณีการลักลอบทิ้งในบ่อขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลกรอกสมบูรณ์ ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ที่เคยตรวจพบไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2568 ระบุว่า “ขออนุญาตนำเรียน เรื่องบ่อขยะกรอกสมบูรณ์

1.อุตสาหกรรมร่วมตรวจสอบกับทาง อำเภอศรีมหาโพธิ อบต.กรอกสมบูรณ์ กำนัน ตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ พบหลักฐานขิงกลาง พร้อมเก็บตัวอย่าง ไปวิเคราะห์หาค่าทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิจัยเตือนภัยมลพิษ จ.ชลบุรี

2.ในวันเดียวกัน 23 มิ.ย.68 เวลา 17.45 น ไปลงบันทึกประจำที่ สภ.ระเบาะไผ่

3.ทำหนังสือ แจ้งอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ดำเนินการกับโรงงานต้นทางเพื่อบังคับใช้กฎหมาย

4.ทำหนังสือมอบหมายให้วิศวกรไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ทำผิดตามกฎหมาย ณ สภ.ระเบาะไผ่

5.สภ.ระเบาะไผ่ ขอความร่วมมือในการตรวจสอบของกลางในพื้นที่ฯ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี บังคับกฏหมายอย่างจริงจังและพร้อมบูรณาการกับทุกภาคในส่วนฯหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทุกท่านทราบในโอกาส ต่อไป ภายใต้การสั่งการของท่านผู้ว่าฯ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ด้าน นายวีระพันธ์ กกดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ในความคืบหน้านี้ จะได้เร่งใช้อำนาจฝ่ายบริหารในการติดตามการดำเนินงานประสานกับฝ่ายต่างๆ ในการทำหน้าที่อย่างเร่งด่วนต่อไปโดยเร็วที่สุด