เกษตรกรหนุ่ม‘โพธาราม’
เปิดฟาร์มเลี้ยงปลาไหล
ลงทุนน้อย-รายได้คุ้ม
มติชนฉบับนี้ ขอพาไปดูอาชีพทำเงินที่น่าสนใจของเกษตรกรรายหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้ทดลองเพาะเลี้ยงปลาไหลด้วยใจรักและชื่นชอบ ใช้ชื่อว่า “ฟาร์มไหลร่ำรวยราชบุรี” ของนายศุภณัฎฐ์ ครุฑางคะ หรือตั๋ง อายุ 44 ปี ซึ่งก่อนหน้าพื้นที่นี้เคยเป็นฟาร์มเลี้ยงสุกรมาก่อน ต่อมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ได้ไปศึกษาเรียนรู้การเลี้ยงปลาไหลที่ต่างประเทศ จากนั้นจึงนำกลับมาปรับปรุงพัฒนาพื้นที่เลี้ยงจนประสบความสำเร็จ สามารถเพาะเลี้ยงปลาไหลส่งออกต่างประเทศได้แบบครบวงจร โดยนำพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงไว้จำลองแบบธรรมชาติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 แบบง่ายๆ ในการนำพลาสติกมาปูรองด้านล่าง นำดินมาทับถมสร้างเป็นคัน ปลูกด้วยต้นข้าวที่กำลังเริ่มออกรวง เพื่อให้ปลาไหลได้ขุดรูอยู่อาศัย มีใบจากซึ่งมีคุณสมบัติที่มีความเย็นวางปิดทับบนคันดิน เพื่อให้ปลาไหลได้หลบอาศัย และให้คอยสังเกตแม่พันธุ์ที่ปล่อยไว้ จะเริ่มออกไข่เป็นฟองสีขาวขุ่นคลุมเอาไว้บริเวณปากรู จากนั้นจึงนำภาชนะมาตักช้อนที่ปากรูจะมีทั้งไข่เป็นฟอง และตัวของลูกปลาไหลจำนวนมาก แต่ละครั้งจะพบลูกปลาตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยตัว นำไปล้างทำความสะอาด พาเข้ากระบวนการขุนเลี้ยงในระบบฟาร์มที่ได้มาตรฐาน GAP โดยผู้ที่มาเที่ยวชมทุกคนจะได้รับการดูแลฉีดพ่นสเปรย์น้ำยาแอลกอฮอล์ก่อนเข้าพื้นที่ฟาร์มเพื่อความปลอดภัยเรื่องโรคของฟาร์ม
นายศุภณัฎฐ์กล่าวว่า การเลี้ยงปลาไหลยังไม่ค่อยมีคนนิยมมากนัก ขณะที่ราคาขายค่อนข้างสูง จึงเป็นแรงดึงดูดใจให้มาเพาะเลี้ยงขายกว่า 2 ปีแล้ว หลังจากเคยไปดูงานที่ประเทศเวียดนามและมีความชอบอยู่แล้วด้วย เคยเลี้ยงแบบวิธีเก่าคือเลี้ยงในดิน ต้องกินของเน่า ซึ่งก็ไม่ชอบ แต่พอไปเห็นต่างประเทศเลี้ยงแบบน้ำใส จึงทำทุกอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เพาะพันธุ์ การขุนเลี้ยง ส่วนพ่อแม่พันธุ์จะมีพันธุ์ไทย พันธุ์เวียดนาม พันธุ์ไฮบริด แล้วแต่สายพันธุ์นั้นๆ ถ้าของทางเวียดนามเนื้อจะดีกว่า ตัวเหลืองสวย เนื้อนุ่ม แต่ของไทยค่อนข้างอร่อยเหมือนกัน รสชาติคล้ายกัน มีขายลูกพันธุ์ทุกขนาดตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
ถ้ามือใหม่จะแนะนำให้ใช้เลี้ยงตัวใหญ่ อัตราการรอดจะสูงกว่า ส่วนอัตราความเสี่ยงจะมีปัจจัยหลายอย่าง ปลาไหลสามารถเลี้ยงได้ทุกที่ของประเทศ แต่จะเหมาะตรงไหนมากกว่า บางคนเอาไปเลี้ยงไม่ตายเลยก็มี บางคนเอาไปเลี้ยงล้มเหลวก็มี การเลี้ยง ในกะละมังก็เลี้ยงได้ เน้นความประหยัดจะมีกำไรมากขึ้น ส่วนการขายร้านอาหารจะอยู่ประมาณ 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม ขายหน้าฟาร์มเกือบ 200 บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เฉพาะในประเทศยังไม่เพียงพอ มีลูกค้าต่างประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ต้องการปลาจากฟาร์มเยอะมาก ไม่สามารถผลิตได้ทัน จึงมองหาลูกฟาร์มที่ต้องการเลี้ยงจริงๆ จะรับซื้อคืนในราคายุติธรรม
ส่วนการเลี้ยงปลาไหลลงทุนน้อย ถ้าเลี้ยงแล้วประสบความสำเร็จค่อยขยายพื้นที่ อย่างบ่อปลาที่เห็นนี้เป็นธรรมชาติสไตล์แบบเวียดนาม จะให้ปลาฟักไข่ในดิน มีโพรงอยู่ การเลี้ยงจะใช้เวลา 1 เดือน ปลาจะฟักไข่ 2 รอบ โดยให้คอยสังเกตไว้ ถ้าเป็นพ่อแม่พันธุ์ต้องใช้ขนาด 10 เดือนขึ้นไป แล้วจึงนำมาปล่อยบ่อธรรมชาติ บ่อยาวประมาณ 10 เมตร กว้าง 2 เมตร ใช้พ่อแม่พันธุ์รวม 200 ตัว ต่อ 1 บ่อ ให้อยู่ตามธรรมชาติ ให้อาหาร 1 อาทิตย์ 2-3 ครั้ง ไม่ให้อาหารบ่อย เพราะจะทำให้ปลาอ้วนไม่ไข่
สำหรับการเลี้ยง เมื่อได้ไข่และลูกปลาไหลจากบ่อดินธรรมชาติมาแล้ว ให้นำมาล้างทำความสะอาด คัดแยกภาชนะการเลี้ยงมีทั้งภาชนะแบบพลาสติกและไฟเบอร์ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ข้อดีคือ สามารถทำความสะอาด หรือเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้สะดวก ส่วนการให้อาหารหากเป็นตัวขนาดเล็กจะให้อาหารผง และอาหารเม็ดให้กับปลาตัวใหญ่ หลังจากให้อาหารไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะต้องถ่ายน้ำออกเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สุขภาพของปลาไหลดี ปลอดโรค โตเร็ว โดยการเลี้ยงจะใส่น้ำสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร มีการจำหน่าย ตั้งแต่ตัวขนาดเล็กอายุประมาณเดือนเศษราคาขายตัวละ 5 บาท ขึ้นไป ขนาด 4-5 ตัวกิโลกรัม ขายอยู่หน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 180 บาท มีให้เลือกหลายราคาตามขนาดความต้องการของลูกค้าที่สั่ง การเลี้ยงใช้ระยะเวลาประมาณ 12-13 เดือน ก็สามารถจับขายเนื้อส่งร้านอาหารเพื่อนำไปทำเมนู เช่น แกงปลาไหลใส่ลูกกล้วยดิบ ผัดเผ็ดปลาไหล และเมนูอีกหลากหลายเมนู การเลี้ยงปลาไหลซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กำลังเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นอาชีพใหม่ที่น่าลอง มีลูกค้าชาวต่างประเทศให้ความนิยมบริโภคอย่างกว้างขวาง
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฟาร์มไหลร่ำรวย ชื่อเพจ ไหลร่ำรวยราชบุรี เบอร์โทรเจ้าของฟาร์ม 09-6196-3965 และ 06-5597-8964


