ผู้ประกอบการเชียงใหม่ สะท้อนหลากปัญหา ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ทำยอดจองที่พักสะดุด-ไม่ตอบโจทย์
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม น.ส.วารุณี คำเมรุ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ เชียงใหม่ และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดวงตะวันเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งว่า ระบบการเข้าถึงโครงการเที่ยวคนละครึ่งมีปัญหา ทำให้ไม่คึกคักเลย เพราะคนลงทะเบียนไม่ได้ และช่วงแรกมีคนลงทะเบียนได้ไม่เยอะเท่าที่ควร เพราะระบบของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีปัญหาจนต้องปิดระบบเพื่อปรับปรุงใหม่ รวมถึงคนตั้งใจจะเที่ยวมีน้อย
ในขณะที่ผู้ประกอบการก็เข้าโครงการได้น้อย ก่อนเปิดใช้วันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่มีเพียง 3 โรงแรมเท่านั้น คือ โรงแรมเมอเคียว โรงแรมเชียงใหม่อินเตอร์คอนติเนลตัล และโรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงแรมที่เป็นเชนทั้งหมด ทางสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจึงร้องเรียนไปก็เริ่มทยอยได้เพิ่ม เฉพาะโรงแรมดวงตะวันเชียงใหม่ก็เพิ่งได้รับสิทธิใช้ได้เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ แต่เมื่อคนเข้าระบบไม่ได้ปัจจุบันจึงมีคนจองไว้ 2 ที่เท่านั้น
ที่เป็นปัญหาอีกอย่างคือ โรงแรมมีห้องพัก 4 แบบ แต่จองได้เฉพาะแบบธรรมดา นักท่องเที่ยวอยากจองห้องพักที่ดีกว่าทำไม่ได้ จองได้เฉพาะราคาที่ต่ำสุด สรุปคือมีปัญหาไปหมด เพราะการยืนยันตัวตนก็มีปัญหาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จากที่ให้ใช้ ThaiID ก็ให้เปลี่ยนไปใช้แอพพลิเคชั่นทางรัฐ แต่เห็นว่าให้กลับมาใช้ ThaiID อีก
“ทำให้วันหยุด 4 วันที่จะมาถึง จากที่ควรจะคึกคัก เพราะเชียงใหม่เป็นเส้นทางสายมู คนอยากมาทำบุญ แต่ระบบไม่เสถียรพอ ทั้งๆ ที่โครงการเที่ยวคนละครึ่งมีประโยชน์ต่อภาคเหนือมาก เพราะภาคใต้ฝนตกหนักฤดูมรสุม ในขณะที่ภาคเหนือเขียวสวย เป็นฤดูฝนที่ให้ความสดชื่น ฝนไม่ได้ตกหนักมาก ก็คงต้องให้กำลังใจ และเอาใจช่วย ททท.ให้ปรับปรุงระบบให้เร็วขึ้น เพื่อที่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากโครงการเที่ยวคนละครึ่งมากขึ้น” น.ส.วารุณี กล่าว
ด้านนายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเที่ยวคนละครึ่งยังไม่แอคทีฟเลย ทำให้สมาชิกของสมาคมฯ แจ้งว่ายังไม่มีคนมาใช้สิทธิเลย น่าจะเป็นเพราะคูปองที่ให้น้อยมากคือ 500 บาท ที่สำคัญตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่ไม่ใช่เป้าหมายที่นักท่องเที่ยวจะมา เพราะส่วนใหญ่เบนเข็มไปทางภาคตะวันออกไปเที่ยวทะเลมากกว่า
“ต้องบอกว่าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งให้แค่ห้องพักและคูปอง 500 บาท ซึ่งตอบโจทย์น้อย หากเทียบกับโครงการเที่ยวด้วยกันที่มีตั๋วเครื่องบินด้วย ซึ่งนั่นคือเขาจะมาได้ด้วยการขับรถ ทำให้ไม่มีคนเลย บวกกับปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องปรับตัวกัน ในส่วนของร้านอาหารและสถานบันเทิงก็ต้องปรับต้นทุน ปรับคน และค่าแรง เพื่อให้อยู่รอด การขึ้นค่าแรง 400 บาท มีผลทำให้ต้องปรับลดคนหรือแรงงานลง และเพิ่มเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ เช่น การสั่งอาหารผ่านมือถือหรือแท็บเลตแทน” นายธนิตกล่าว

