อุทัยธานี เสริมสิริมงคลรับเทศกาลเข้าพรรษา วัดพิชัยปุรณาราม เตรียมเปิดวิหาร พระพุทธชัยสิทธิ์ และ พระพุทธเจ้าอู่ทอง อีกหนึ่งพระพุทธรูปสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสถาปัตยกรรมสมัยอู่ทองที่หลงเหลืออยู่เพียง 4 แห่งในประเทศไทย ให้พุทธศาสนิกชนและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้เข้ามากราบไหว้ขอพรได้อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่จังหวัดอุทัยธานี เสริมสิริมงคลรับเทศกาลเข้าพรรษา พระวชิรสุตสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เจ้าอาวาสวัดพิชัยปุรณาราม ประกาศเตรียมบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมวัดครั้งใหญ่ พร้อมเตรียมเปิดวิหาร พระพุทธชัยสิทธิ์ และพระพุทธเจ้าอู่ทอง อีกหนึ่งพระพุทธรูปสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในสถาปัตยกรรมสมัยอู่ทองที่หลงเหลืออยู่เพียง 4 แห่งในประเทศไทย ให้พุทธศาสนิกชนและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้เข้ามากราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล รับช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา และได้ศึกษาพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และรักษาพระพุทธศาสนาและศาสนสถานที่ดีงามให้คงอยู่สืบต่อไปกันอีกครั้ง หลังจากที่ทางวัดไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้ขอพรกันมานาน
ทั้งนี้ วัดพิชัยปุรณาราม นั้นตั้งอยู่บนถนนศรีอุทัย หมู่ 8 ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี มีประตูทางเข้าวัด 2 ด้าน เดิมชื่อว่า “วัดกร่าง” สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ.2301 สมัยพระยาพิชัยสุนทรซึ่งเป็นเจ้าเมืองอุทัยธานี ในสมัยนั้น ได้บูรณะพัฒนาวัดใหม่ และเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดพิชัยปุรณาราม” ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า “วัดพิชัย” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2418 แต่บางคนก็สันนิษฐานว่า วัดนี้น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยอู่ทองหรืออโยธยา (หรือกว่า 600 ปีที่แล้ว) ซึ่งเทียบจากรูปแบบสถาปัตยกรรมของวิหารพระพุทธชัยสิทธิ์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอู่ทองที่หลงเหลืออยู่เพียง 4 แห่งในประเทศไทย (นอกจากที่วัดนี้แล้ว จะมีที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก อุโบสถวัดจอมคีรีนาคพรต นครสวรรค์ และวิหารวัดไลย์ ลพบุรี)
สภาพพื้นที่วัดนั้นเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง มีถนนเทศบาลผ่านกลางวัด มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่อาศัยโดยรอบ มีพระอุโบสถ มีวิหารเก่าแก่มีลักษณะศิลปกรรมสมัยอยุธยา ภายในวิหารประดิษฐาน พระพุทธชัยสิทธิ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ด้านหน้าวิหารมีเจดีย์ล้อมฟางศิลปะมอญ ส่วนในอุโบสถของวัด จะมีพระพุทธรูปอู่ทองประดิษฐานอยู่ โดยที่บริเวณโดยรอบกำแพงของอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งคาดว่าถูกเขียนขึ้นราวสมัยรัชกาลที่ 6-7 ลักษณะการเขียนน่าจะเป็นฝีมือช่างท้องถิ่น และจากการเล่าขานต่อกันมายาวนานว่า วัดพิชัยปุรณาราม หรือวัดกร่าง แห่งนี้ เป็นวัดที่ทหารจะใช้ประกอบพิธี ก่อนที่จะลงเรือไปทำสงคราม และกราบไหว้ขอพร ก่อนทำพิธีการสำคัญต่างๆ สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน จึงถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่ประชาชนให้ความสำคัญและเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก

