พบปืนที่คนร้ายยิงถล่มฐาน ชคต.เกียร์ เคยใช้ก่อเหตุในนราฯ-ยะลามาแล้ว 99 คดี ปลอกกระสุนเกลื่อนฐาน 702 ปลอก
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธปืนครบมือและระเบิดไปป์บอมบ์ ประมาณ 50 คน บุกโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเกียร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านไอยามู ม.2 ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ศรีอนุรักษ์ และ อส.แวฮัมรัน แวสาเมาะ ได้รับบาดเจ็บนั้น

จากการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายใช้ยิงถล่มฐาน มีจำนวนทั้งสิ้น 702 ปลอก โดยใช้ก่อคดีหมุนเวียนมาแล้วทั้งสิ้น 99 คดี ในพื้นที่ 9 อำเภอของ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย ยี่งอ ระแงะ สุคิริน ศรีสาคร รือเสาะ จะแนะ ตากใบและสุไหงปาดี และในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งแยกเป็น 1.ปลอกกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. นาโต้ 201 ปลอก คนร้ายใช้ก่อคดี 14 คดี

2.ปลอกกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. RUSSIAN จำนวน 15 ปลอก ใช้ก่อคดี 4 คดี 3.ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. ใช้ยิงกับอาวุธปืน 4 กระบอก คือ HK33, AK33, AK 102 และเอ็ม16 จำนวน 400 ปลอก 4.ปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 70 ปลอก ใช้ก่อคดี 7 คดี และ 5.ปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 มม. ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ รวมทั้งสายส่งกระสุนปืนแบบ M13 ใช้กระสุน 7.62 มม. จำนวน 115 อัน

โดยคดีทั้งสิ้น 99 คดี นั้น จะเป็นในส่วนของคดียิงถล่มฐานปฏิบัติการ, ยิงจุดตรวจ, ยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและ อส. และยิงชาวบ้านทั้งไทยพุทธและมุสลิม รวมทั้งยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่หลังจากก่อเหตุลอบวางระเบิด ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้อาวุธปืนจำนวนดังกล่าวหมุนเวียนก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมาย หลังจากประชุมวางแผนแล้วเสร็จ และเมื่อแล้วเสร็จจะมีการนำอาวุธปืนไปซุกซ่อนในพื้นที่อำเภอที่ก่อเหตุ แล้วสมาชิกแนวร่วมอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นผู้มานำเอาอาวุธปืนไปซุกซ่อน เพื่อไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป ซึ่งจะเป็นลักษณะหมุนเวียนอยู่แบบนี้

ส่วนกรณีรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียน 1 กอ 397 กรุงเทพมหานคร เจ้าของกรรรมสิทธิ์คือ ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) ผู้ครองครองคือ น.ส.พรรณิภา มีภูมิลำเนาอยู่ จ.นครปฐม ที่ภาษีขาดเมื่อปี 2020 ที่ถูกลอบวางเพลิงได้รับความเสียหายทั้งคัน ที่บริเวณบนถนนก่อนถึงสะพานบาลอ ม.5 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดในช่วงเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้มีการขูดลบหมายเลขเครื่องหรือตัวถังแต่อย่างใด ที่ประเมินในเบื้องต้นว่าคนร้ายมุ่งเป้าทำลายหลักฐาน หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่เพ่งเล็งที่จะนำมาประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ ซึ่งจอดไว้ที่บ้านผู้ใดเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีความผิด
ล่าสุด แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงแจ้งว่า สำหรับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบการแจ้งหายจากพื้นที่ใด และอยู่นอกระบบของกรมการขนส่ง แต่ทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นการขยายผลการซักถามของบุคคลที่ร่วมก่อเหตุและมีส่วนพัวพันการกับลอบวางระเบิดที่สนามบินภูเก็ตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมียังศูนย์ซักถาม ศชต.ภาค 9 ว่ามีรถเก๋งคันดังกล่าวที่คนร้ายเตรียมใช้ประกอบคาร์บอมบ์เพื่อก่อเหตุในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา หรือไม่ก็ในพื้นที่ อ.รือเสาะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาข่าวเบาะแสว่ารถยนต์คันดังกล่าวนอกจากจะมีคนพบเห็นวิ่งอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ อ.รือเสาะ แล้ววันต่อมามีการลอบวางเพลิงทิ้งบนถนน

