อิมเมจิน ไทยแลนด์–สสส.-ผู้ว่าฯ กระบี่ ยกย่องคลองพน ตำบลสุขภาวะต้นแบบปิดประตูบานแรกยาเสพติดนักเรียนประถมโชว์ไอเดียสะกิดใจผู้ใหญ่ ลด ละ เลิกบุหรี่
หลังจากขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ร่วมกับผู้นำและผู้ก่อการดี ผู้นำศาสนาและโรงเรียน ใน ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ สู่เป้าหมายพัฒนาให้ตำบลคลองพนเป็นตำบลสุขภาวะต้นแบบ มาอย่างต่อเนื่อง อิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟเมนท์ นำโดย ดร. อุดม หงส์ชาติกุล ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดงาน“นิทรรศการแสดงผลงานเยาวชนตำบลคลองพน Collective Leadership for Collective Impact “ปิดประตูบานแรกของยาเสพติด” ขึ้นที่โรงเรียนบ้านคลองไคร ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เพื่อสรุปผลความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนฯ พร้อมนำเสนอผลงานของเด็กและเยาวชนจาก 9 โรงเรียน ที่ได้ร่วมมือกันวางแผน หาวิธีใหม่ๆในการสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ใหญ่ ลด ละเลิก ยาสูบ และที่นับเป็นไฮไลท์สำคัญคือการประกาศพลังความร่วมมือของพื้นที่แบบ “บรม” บ้าน โรงเรียน มัสยิด อย่างเข้มแข็ง ในการ ปิดประตูบานแรกของยาเสพติด เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชน มีความปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
นิทรรศการแสดงผลงานเยาวชนตำบลคลองพนที่จัดขึ้นนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบอร์ดกองทุน และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 ของ สสส. นายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอคลองท่อม นายณธรรมรักษ์ จงรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลคลองพนพัฒนา รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ ผู้นำศาสนาอิสลาม 10 มัสยิด ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 9 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมตำบล อสม. ผู้แทนปปส. ภาค 8 ผู้แทนมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานกระบี่ ผู้ก่อการดีของตำบล และแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมอย่างคึกคัก
ในงานนี้ได้มีการประกาศยกย่อง ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็น “ตำบลสุขภาวะต้นแบบ” กับจุดเด่นอันเป็นที่ประจักษ์ คือมีการสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วนของตำบลเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงให้เด็กและเยาวชน และวันนี้ยังนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการขับเคลื่อนสุขภาวะ ต.คลองพน คือมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมของผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 9 แห่ง และ ผู้ใหญ่บ้าน 14 หมู่บ้าน ในการร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในชุมชน ขณะที่ในด้านผู้นำศาสนาอิสลามจาก 10 มัสยิด ของ ต.คลองพน เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยงในชุมชน ได้มีการประกาศข้อตกลงร่วมกันว่า “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำทางศาสนาจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาสูบและสิ่งเสพติดทุกชนิด”
อีกไฮไลต์สำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงพลังเล็กๆสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ คือนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียนแกนนำจาก 9 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านหินเพิง โรงเรียนบ้านดินนา โรงเรียนบ้านทุ่งครก โรงเรียนบ้านคลองไคร โรงเรียนบ้านคลองปิ้ง โรงเรียนบ้านคลองแรด โรงเรียนบ้านท่ามะพร้าว โรงเรียนอนุบาลจิตจงรักษ์ โรงเรียนคลองพน ซึ่งหลังจากมีโอกาสไปเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพกับโครงการฯ แล้ว ก็มีการรณรงค์ให้เพื่อนในโรงเรียน ให้ผู้ปกครอง และคนในชุมชน ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยง เช่นการทำคลิปสั้น การพูดหน้าเสาธง การทำโปสเตอร์ การพูดเสียงตามสาย การขอความร่วมมือร้านค้าไม่ให้ขายบุหรี่ให้เด็กและเยาวชน รวมถึงคิดวิธีน่ารักๆ เช่น การนวดกดจุด การทำกระปุก “หยอดเพื่อหยุด” ด้วยการผลิตกระปุกออมสินจากกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อใช้ทำข้อตกลงกับพ่อแม่ หากสูบยาสูบ บุหรี่ หรือ บุหรี่ ไฟฟ้า ให้เห็นจะต้อง หยอดกระปุก 10 บาทซึ่งปรากฎว่าได้ผลดีมากทำให้พ่อแม่ลดการสูบบุหรี่ลงได้จริง
นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานในการเปิดงาน กล่าวว่า ขอชื่นชมการขับเคลื่อนของ อิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟเมนท์ และ สสส. ที่สามารถสร้างความร่วมมือของทุกฝ่ายใน ต.คลองพน อย่างเข้มแข็ง ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและร่วมกันทำให้ คลองพน เป็นตำบลสุขภาวะต้นแบบ เพื่อเป็นตัวอย่างในการขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ และขอชื่นชมการพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ยาสูบ แอลกอฮอล์ หรือยาเสพติด และทำให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยขึ้น ทั้งนี้จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดที่พบว่าจังหวัดกระบี่มีสถิติการบริโภคยาสูบสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ทั้งจังหวัด ขอให้ทุกภาคส่วนและเยาวชนร่วมมือกันขับเคลื่อนต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้คนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนมีสุขภาพดี ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และมีความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบอร์ดกองทุน และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะในตำบลคลองพน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้าง “ความร่วมมือในการจัดการปัญหาปัจจัยเสี่ยง” ที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์และเปิดพื้นที่ทางสังคมให้เยาวชนมีบทบาทร่วมคิดร่วมทำมีภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยกันสื่อสารสร้างสรรค์ถึงพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงออกไปในวงกว้างและการได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชนผู้นำศาสนาอิสลามเชื่อมั่นว่าพลังการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องจะทำให้ชุมชนมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็งและร่วมกันทำให้ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพต่างๆในชุมชนลดลง
ด้านดร. อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อการตั้ง Social Lab Thailand และ อิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟเมนท์ กล่าวว่า ภายใต้โครงการ ร่วมพัฒนาพื้นที่ปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในชุมชน ด้วยมาตรการชุมชนและมาตรการองค์กร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทางโครงการฯได้เข้ามาสร้างความร่วมมือ กับเทศบาลตำบลคลองพนพัฒนา และผู้ก่อการดีของชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยขยายผลความสำเร็จจากการขับเคลื่อนที่ชุมชนบ้านท่ามะพร้าว ที่สามารถสร้างความร่วมมือกับบ้าน โรงเรียน มัสยิด และแกนนำคนรุ่นใหม่ ในการสร้างความตระหนักรู้ให้คนในชุมชนและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน
“โจทย์สำคัญที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ต้น คือ เรื่องนี้ต้องเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ โดยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของเรา คือ“ทำอย่างไรให้ทุกคนมีสุขภาวะที่ดี ที่ผ่านมาเราใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ทางสังคม ให้ผู้นำชุมชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง มองเห็นของดีของชุมชน อาทิ คน ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ เช่นควนแลเล ที่มีความงดงาม อากาศดี แกนนำคนรุ่นใหม่ และมองเห็นโอกาส ร่วมมือกัน สร้างการเปลี่ยนแปลง และอีกหนึ่งเครื่องมือที่นำมาใช้คือ การวิจัยชุมชน ถึงพฤติกรรมการบริโภคปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมการขับขี่ โดยความร่วมมือของ อสม.ทำให้งานวิจัยนี้เป็นมากกว่างานวิจัย แต่ทำให้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของคนในตำบลมีความตระหนักรู้ อันจะทำให้มีโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อไป”
ในงานนิทรรศการแสดงผลงานเยาวชนที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ยังมีการจัดสถานีสุขภาวะ เขียน แขวน สั่นกระดิ่ง ให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้ไอเดียว่าอยากเห็นชุมชนและเยาวชนเป็นอย่างไร รวมถึงมีการบรรยาย เสวนา ให้ความรู้เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การอัพเดทสถานการณ์ปัญหายาสูบในเยาวชน อีกทั้งยังได้รับฟังมุมมองของผู้บริหารโรงเรียนที่พูดถึงความสำคัญที่อยากจะให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมกับโรงเรียนในการพัฒนาคุณภาพเยาวชน และเสียงจากตัวแทนเยาวชนที่อยากเห็นผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนมีการเปิดใจเล่าเรื่องความท้าทายในการขับเคลื่อน และโอกาสในการพัฒนาเพื่อขยายการสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความปลอดภัยและคนในตำบลมีสุขภาวะดี ทั้งนี้ชุมชนต่างๆและผู้สนใจ สามารถเรียนรู้ประสบการณ์การขับเคลื่อนของ ต.คลองพน สู่ตำบลสุขภาวะต้นแบบ และเรียนรู้ไอเดียเด็ดๆ ของแกนนำเยาวชนที่ลงมือทำจริง เห็นผลจริงได้ ที่เพจ: Imagine Thailand Movement








