หน้าแรก ภูมิภาค เปิดใจ อดีตโค...

เปิดใจ อดีตโค้ชเทนนิส บุกสถานฑูตกัมพูชา ปาปลาร้าใส่ภาพฮุนเซน ตร.ปรับ 100 บาท

8.07.25 | 21:52 น.

เปิดใจ ชายวัย 69 อดีตโค้ชเทนนิส บุกสถานฑูตกัมพูชา ปาปลาร้าใส่ภาพฮุนเซน ตร.ปรับ 100 บาท เผยเคยปาปลาร้าใส่ กกต.มาแล้ว

จากกรณีคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมตัวนายเทวา ศรีตะวัน อดีตโค้ชเทนิส อายุ 69 ปี ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการเปรียบเทียบปรับ หลังนายเทวาได้ก่อเหตุบุกไปยังหน้าสถานฑูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ถนนประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พร้อมกับกระดาษรูปหน้าของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภาประเทศกัมพูชา และพ่อนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ก่อนจะคลี่กางกระดาษรูปดังกล่าวลงกับพื้น แล้วใช้ถุงบรรจุน้ำปลาร้าที่เตรียมมาขว้างใส่รูป สมเด็จฮุนเซน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่เข้ามาควบคุมตัวนายเทวาไปดำเนินคดีที่โรงพัก พร้อมกับทำการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด แล้วเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 100 บาท และปล่อยตัวไป

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม นายเทวา ศรีตะวัน อายุ 69 ปี อดีตโค้ชเทนนิส ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เมื่อเช้าวานนี้ตนได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปประท้วงสถานฑูตกัมพูชา โดยการนำน้ำปลาร้าไปปาใส่ เป็นการแสดงการประท้วงถึง ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาที่มีพฤติกรรมจองหองใส่ประเทศไทยด้วยการหาเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน โดยตนได้ออกเดินทางด้วยเท้าเปล่าจากบ้านพักย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ไปตั้งแต่ 6 โมงเช้าโดยตั้งใจว่าจะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงสถานฑูตกัมพูชา แต่ไปเจอคนขับรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่วงเวียนบางเขน มาช่วยเหลือตนด้วยการรับตนไปส่งที่ถนนลาดปลาเค้า ตนจึงเดินต่อมาจนถึงหน้าสถานฑูตช่วงเวลาประมาณ 11 โมงกว่าใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5 ชั่วโมง

นายเทวากล่าวอีกว่า เมื่อตนไปถึงหน้าสถานฑูตแล้ว ตนได้หยุดพักแวะกินน้ำที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะมาข้ามถนนแล้วนำน้ำปลาร้าปาใส้รูปนายฮุนเซนตามที่ตั้งใจ เพราะตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้นำประเทศกัมพูชารายนี้ หลังจากที่ตนปาถุงน้ำปลาร้าเสร็จแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามปราม ตนให้เขาเก็บรูปกับถุงน้ำปลาร้าไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กักตัวตนไว้เพื่อรอสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่สถานฑูตกัมพูชาว่าจะดำเนินการอย่างไร ระหว่างรอคำตอบก็มีร้อยเวรมารับตัวตนไปที่ สน.วังทองหลาง

Advertisement

นายเทวากล่าวว่า ระหว่างที่ถูกควบคุมอยู่ที่ สน.วับทองหลาง ตนถูกสอบปากคำ สอบประวัติอยู่นานหลายขั่วโมงตั้งแต่ 13.00 น.จนถึง 17.00 น. ระหว่างสอบปากคำ จนต่อมาทางเจ้าหน้าที่สถานฑูตไม่มาแจ้งความดำเนินคดีกับตน กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย หลังจากสอบปากคำตำรวจจึงจะได้ทำการเปรียบปรับตนในข้อหาทิ้งสิ่งของบนทางเท้า และสอบถามตนว่ามีเงินเสียค่าปรับไหม ตนจึงบอกไปว่าทั้งตัวมีเงินอยู่ร้อยกว่าบาท เพราะตอนเข้าที่ตนออกจากบ้านมา ตนมีเงินติดตัวอยู่เพียง 200 บาท แวะซื้อบุหรี่ไป 70 บาท ซื้อน้ำไป 7 บาท เหลือเงินอยู่ 123 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเปรียบเทียบปรับตนเป็น 100 บาท แต่ถ้าจะปรับตนมากกว่านี้ตนคงไม่มีจ่ายให้ แต่ตนจะยอมติดคุกแทน หลังจากนั้นตนก็จะเดินเท้าจาก สน.วังทองหลางเพื่อกลับบ้านที่ปากเกร็ด จนมาบ้านเวลาประมาณ 4 ทุ่ม

สาเหตุที่ตนต้องบุกไปปาน้ำปลาร้าที่หน้าสถานฑูตกัมพูชานั้น เพราะตนรู้สึกเจ็บใจมาตั้งแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นคือเรื่องเขาพระวิหารแล้ว จนหลังเกิดสถานการณ์ล่าสุดที่แนวชายแดน ตนก็เดินเท้าเป็นเวลาเกือบ 10 วันไปให้กำลังใจทหารไทยที่แนวชายแดนมาแล้ว แต่ที่ทำให้ตนแปลกประหลาดใจก็คือทำไมประเทศเราถึงปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามาเฝ้าถึงในพื้นที่จุดทับซ้อนด้วย ซึ่งแต่ก่อนนี้ตนไม่เคยเห็นมีทหารกัมพูชามาเฝ้า การที่ประเทศเราปล่อยให้ทหารกัมพูชามาอ้างสิทธิ์เฝ้าร่วมไปด้วย เหมือนไปทำให้เขามีส่วนในดินแดนตรงนั้นตามแผนที่เขาต้องการนำเราไปฟ้องต่อศาลโลก ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ยอมแน่ เพราะขนาดเขาพระวิหารตนยังจะเดินไปประท้วงเอาคืนอยู่เลย ตนอยากให้ปะทะด้วย จะได้เดินเท้าไปที่ จ.สุรินทร์อีก เดินไปให้กำลังใจทหาร

นายเทวากล่าวอีกว่า การที่ตนเอาน้ำปลาร้าไปปาหน้าสถานทูตกัมพูชา เพราะตนมีความรู้สึกโมโหนายฮุนเซนมาก ปากเหม็นโม้เก่ง ที่ผ่านมาตนเคยเดินไปถึงปราสาทตเมือนาธม ปราสาทตาโต๊ด และปราสาทตาควาย มาแล้วหลังเกิดมีข้อพิพาทกันด้วยความโมโห

ตนขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทหารน้องหลานๆ สู้ๆ ส่วนรัฐบาลตนไม่อยากจะซ้ำเติมอะไรมากนักเพราะว่าโดนหนักอยู่ และถ้าหน่วยงานไหนในประเทศเหม็นเน่าก็จะโดนถุงปลาร้าของตนแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายเทวา ศรีตะวัน อดีตโค้ชเทนนิสรายนี้ เคยบุกไปยังสำนักงาน กกต.ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อ 20 กรกฎาคม 2566 ก่อนจะนำถุงน้ำปลาร้าที่เตรียมมาปาใส่บริเวณด้านหน้าห้อง รับ-ส่ง หนังสือเรื่องราวร้องทุกข์ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มาแล้ว เนื่องจากไม่พอใจในการทำงานของ กกต.ชุดดังกล่าว