หนุ่มนักศึกษาวิศวะ แจ้งความ โอนเงินมัดจำเช่าห้อง 18,000 พอจะย้ายเข้าไปอยู่ กลับเจอหมายศาลแปะหน้าห้อง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สภ.เมืองนนทบุรี นายศิวกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี นักศึกษา ปี 4 คณะวิศวกรรม มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่า ได้ติดต่อเช่าห้องพักแห่งหนึ่ง ซอยพิบูลสงคราม 22 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังจ่ายค่าเช่าและค่ามัดจำล่วงหน้าจำนวน 18,000 บาท ให้แก่ น.ส.เจนนิส ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของ พอตนย้ายของเข้าไปเพื่อจะพักอาศัย พบว่าที่หน้าห้องมีหมายบังคับคดีปิดไว้ห้ามเข้า จึงได้ติดต่อกับหญิงที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของห้อง กลับถูกบล็อกไลน์และช่องทางการติดต่อทั้งหมด จึงมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับหญิงคนดังกล่าว
นายศิวกร กล่าวว่า ตนต้องการย้ายห้องพักที่มีราคาที่ถูกลง เพื่อประหยัดเงินค่าใช้จ่าย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้เข้าไปค้นหาห้องเช่าในเพจเฟสบุ๊ค ห้องเช่าหลังมหาวิทยาลัย พบว่ามีเจ้าของห้องเช่าประกาศให้เช่าห้องพักในราคา 6,000 บาท ตนได้ติดต่อกับผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของห้องผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ชื่อ เจนนิส คอนโด พร้อมกับได้มีการพูดคุยกันเรื่องสภาพห้อง ค่าราคาค่าเช่า และค่ามัดจำต่างๆ

นายศิวกร กล่าวอีกว่า ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 6 กรกฎาคมตนและ น.ส.เจนนิส ได้นัดดูห้องที่จะเช่า ซึ่งเขาได้นำกุญแจมาเปิดห้องให้ดูสภาพห้อง และตกลงค่าเช่า เป็นเงินค่าประกัน 2 เดือน ค่าเช่า 1 เดือน เดือนละ 6,000 บาท รวมต้องจ่ายก่อนเข้าอยู่ 18,000 บาท หลังดูห้องเสร็จ เขาให้โอนเงินทันทีโดยโอนเงินให้ผ่านระบบ อี วอลเล็ท หลังจากนั้นตนได้เดินทางกลับไปเพื่อเก็บข้าวของที่ห้องพักเดิมเพื่อย้ายมาอยู่ที่ใหม่ พอช่วงเย็น น.ส.เจนนิส ได้ให้ไรเดอร์ นำกุญแจห้องกับคีลการ์ดมาส่งให้ตน
นายศิวกร กล่าวว่า ต่อมาเวลา 23.00 น.ตนและเพื่อนได้ขนของเข้าห้องพักที่จ่ายเงินค่าเช่าแล้วมัดจำไปแล้ว แต่ปรากฏว่าพอมาหน้าห้องกับมีหมายบังคับคดีมาติดประกาศไว้ มีข้อความว่า ห้ามแกะหมายศาลออกมิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้วยความกลัวตนเลยไม่กล้าเข้าห้อง และขนของกลับไปอาศัยกับรุ่นน้องอยู่ก่อน เพราะที่เก่าคืนห้องไปแล้ว
หลังจากนั้นได้ติดต่อกับน.ส.เจนนิส ว่าทำไมมีหมายมาติดห้ามเข้าห้อง ทางเขาได้ตอบกลับมาว่า ได้คะกำลังเคลียร์อยู่ แล้วเขาก็บล๊อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดไปเลย ตนได้แคปข้อความการคุยไลน์ไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี ตนพยายามดูแล้วและไปเจอตัวเขาแล้ว อีกทั้งเขายังมีกุญแจเปิดห้องให้ดู แต่จะไปคิดว่าจะโกนกันง่ายๆ เงินทั้งหมดที่มีเป็นเงินที่รวบรวมมาเช่าห้อง แต่มาถูกโกง ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้มีคนมาตกเป็นเหยื่อถูกหลอกอีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้เสียหาย และออกหมายเรียกบุคคลที่มีชื่อในสลิปการโอนเงินมาสอบปากคำ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจะดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง


