‘ปลาเส้นแคลเซียมสูง’
เมนูเด็ดจากประมง’เจ๊ะบิลัง’
ส่งผ่านเรือเล็กสู่รายได้ครัวเรือน
เสียงฉ่าน้ำมันในกระทะทอดปลา ดังมาจากชายคาบ้านไม้ริมน้ำแห่งหนึ่งในชุมชนประมงเล็กๆ หมู่ 2 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมืองสตูล เป็นเสียงทอดปลาแห้งกรอบพร้อมกลิ่นหอมชวนรับประทาน เป็นอีกหนึ่งมื้ออาหารที่มี “ปลาเส้นแคลเซียมสูง” เมนูอร่อยประจำวันจากท้องถิ่น และกำลังเป็นสินค้าสร้างรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวชาวประมงพื้นบ้านเจ๊ะบิลัง
“สุนิตา เรืองเดช” วัย 42 ปี ผู้สร้างเมนูปลาเส้นแคลเซียมสูง เล่าว่า เดิมชาวประมงพื้นบ้านจับมารับประทานและจำหน่าย มักจะแปรรูปปลาเพื่อเก็บไว้รับประทานและจำหน่าย ปลาโคบ หรือปลาบาซี เป็นปลาอีกชนิดที่หาง่ายจากการออกเรือทำประมงในคลองใกล้บ้าน ถูกนำมาแปรรูปเป็นปลาเส้น ตั้งแต่ 6 ปีที่ผ่านมา
“ปลาชนิดขนาดเล็ก มีเกล็ดเยอะ คนทั่วไปไม่ค่อยเอาไปทำอะไร แต่เรามองว่ามีคุณค่า จึงนำแปรรูปเป็นปลาแห้งแล้วตัดซอยเป็นเส้น บางคนนำไปย่าง บางคนชอบทอดกรอบ ทานกับข้าวต้ม หรือจะเอาไปยำมะม่วงก็อร่อย ปลาบาซีหลังแปรรูปแล้วจะมีรสชาติกลมกล่อม เคี้ยวง่าย ถูกใจผู้สูงอายุ ที่สำคัญ คือ อุดมด้วยแคลเซียมสูง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการสารอาหารบำรุงกระดูก สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานนับเดือน หลังแปรรูปจำหน่าย ได้กลายเป็นของฝากจากสตูลที่ลูกค้าต่างจังหวัดนิยมสั่งซื้อผ่าน เพจ “ปลาเส้นแคลเซียมเจ๊ะบิลัง” แต่ละเดือนมีออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครั้งละ 30-50 กิโลกรัมเลยทีเดียว นอกจากปลาเส้นแล้ว ยังคิดต่อยอดทำปลาผ่าหลังและวางแผนพัฒนาเป็นปลาหวาน หรือปลากลม ในอนาคต แต่ขึ้นอยู่กับชนิดปลาที่ได้มาในแต่ละวัน”
สุนิตากล่าวอีกว่า วิถีชุมชนของคนพื้นที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ หลังบ้านชาวประมงทุกหลังจะติดคลองน้ำเค็มที่ไหลสู่ทะเล เปิดโอกาสให้เรือประมงลำเล็กออกหาวัตถุดิบสดใหม่ได้ทุกเช้า ปกติสามีมีอาชีพขับเรือนำเที่ยว ช่วงว่างจากงาน ส่วนตนเลี้ยงลูกอยู่บ้าน โดยใช้เวลาทำปลาเส้นไปด้วย โดยมีลูกๆ มาช่วยแปรรูปในครัวเรือน
“ขั้นตอนทำปลาเส้นค่อนข้างยุ่งยาก ต้องล้าง ขอดเกล็ด ตากแดด ตัดเป็นเส้น และควบคุมความแห้งให้พอดี แต่คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อ เพราะสามารถสร้างรายได้เดือนละหลายพันถึงหลักหมื่นบาท โดยไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
“เราไม่ได้ทำโรงงานใหญ่ ทำแค่ในครัวหลังบ้าน แต่ก็มีคนติดใจจนสั่งซื้อซ้ำ ซึ่งช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเรายังได้ดูแลลูกไปด้วยค่ะ”
“ปลาเส้นแคลเซียมสูง” จากเจ๊ะบิลัง ไม่ใช่เพียงของกินพื้นบ้าน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างรายได้จากวิถีชีวิตเล็กๆ ในครัวเรือนชาวประมง และเป็นตัวอย่างของการ “กินอยู่กับธรรมชาติ” อย่างยั่งยืน ที่เป็นแบบอย่างในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน


