หน้าแรก ภูมิภาค ยุทธศาสตร์‘ป่...

ยุทธศาสตร์‘ป่าผาเม่น-ภูพอก’ แก้ปัญหา‘คน-ช้าง’ทับลาน อยู่ร่วมกัน-แบ่งปันพื้นที่อย่างสันติ

16.07.25 | 10:50 น.

ยุทธศาสตร์‘ป่าผาเม่น-ภูพอก’
แก้ปัญหา‘คน-ช้าง’ทับลาน
อยู่ร่วมกัน-แบ่งปันพื้นที่อย่างสันติ


จากสถานการณ์ช้างป่าโขลงใหญ่ เดินทางออกจากพื้นที่ป่าเข้ามาหาแหล่งอาหาร โดยเฉพาะกัดกินพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่แนวชายป่าได้รับความเสียหาย กลายเป็นปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ชาวบ้านหลายอำเภอที่อยู่ใกล้แนวเขตป่า อุทยานแห่งชาติทับลาน ต่างประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่ “นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ” หัวหน้าอุทยานฯทับลาน วางแนวทางแก้ปัญหา โดยส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมเครือข่ายชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมช่วยกันผลักดันโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว กลับคืนเข้าผืนป่ามรดกโลก ยกโขลงสู่เขตฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่า “ผาเม่น-ภูพอก” ในเขตหมู่ 6 บ้านคลองปลาดุกลาย ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นผลสำเร็จ

ปัจจุบันจุดชมวิวป่าผาเม่น-ภูพอก ถือเป็นพื้นที่สำคัญที่อุทยานแห่งชาติทับลานบริหารจัดการสำหรับสัตว์ป่า โดยเฉพาะพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ มีการจัดการแหล่งทุ่งหญ้า ปลูกพืชอาหารสัตว์ และจัดทำโป่งเทียม รวมถึงแหล่งน้ำ เพื่อให้เป็น “สวรรค์สำหรับสัตว์ป่า” ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักพิงที่ยั่งยืน รวมพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานฯ ซึ่งเป็นแนวต่อเชื่อมสำคัญที่ช้างและสัตว์ป่าจะข้ามไปยังเขาใหญ่ผ่านทางเชื่อมผืนป่า (Wildlife corridor) ให้เป็นไปตามเป้าประสงค์แล้วนั้น

Advertisement

ขณะที่ชุดเฝ้าระวังยังคงต้องทำงานหนัก คอยติดตามการเคลื่อนตัวของโขลงช้างทุกคืนเพื่อปกป้องสวนผลไม้และไร่นาของเกษตรกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมระยะเวลาในติดตามโขลงช้างป่าครั้งนี้ติดต่อกันนานมากเกินกว่า 1 สัปดาห์ ท่ามกลางสายฝนตกหนัก โดยเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังแทบไม่ได้หยุดงาน หรือใช้เวลากับครอบครัว แม้เป็นเทศกาลหยุดยาวต่อเนื่องเข้าพรรษาก็ตาม

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก (ในผืนป่ารอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา) กล่าวว่า “ป่าผาเม่น-ภูพอก” เป็นแผนการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก : ความหวังท่ามกลางสมรภูมิคนกับช้างป่ารอบผืนป่าทับลาน เร็วๆ นี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่า มีที่พักสำหรับนักวิจัยและอาสาสมัคร ใช้ฟื้นฟูแหล่งอาหารสัตว์ป่า อาทิ การปรับปรุงทุ่งหญ้าอาหารสัตว์ป่า ปลูกไม้ป่าเสริมธรรมชาติ ทำโป่งเทียม และแหล่งน้ำ รวมถึงการจัดการชิงเผาเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดและกำจัดปรสิตในพื้นที่

“แม้ว่าในภาพรวมทั่วประเทศไทยปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า (Human-Elephant Conflict : HEC) ยังคงมีแนวโน้มรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ใจกลางผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ครอบคลุม จ.ปราจีนบุรี และนครราชสีมา กำลังเกิด ‘เรื่องราวความพยายาม’ ที่ไม่ธรรมดา ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น พระสงฆ์ นักอนุรักษ์ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศอย่าง WWF ประเทศไทย, สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และสมาคมธรรมชาติและสัตว์ป่า (NWA) รวมถึงหน่วยงานรัฐทุกระดับ สื่อโซเชียล เช่น เพจผ้าขาวม้าติ่งป่า สถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่อาจบานปลาย ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ ไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคน หรือช้างป่าในพื้นที่นี้ ตลอดปีที่ผ่านมา ตัวเลขที่อธิบายทุกหยาดเหงื่อ ความอดหลับอดนอน และความร่วมมือที่ไม่อาจประเมินค่าได้ด้วยเงิน” หัวหน้าอุทยานฯทับลานกล่าว และว่า

เมื่อฤดูฝนมาเยือน ความท้าทายก็กลับมาอีกครั้ง โดยฝั่งเหนือของอุทยานใน จ.นครราชสีมา ยังคงควบคุมได้ดี โดยการเฝ้าระวังเข้มข้นจากชุดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับเครือข่ายสงฆ์และประชาชนอนุรักษ์สัตว์ป่า และชุมชนท้องถิ่นในแนวปราการระหว่างป่าธรรมชาติต่อเนื่องพื้นที่เกษตรกรรม ที่คอยผลักดันช้างไม่ให้ออกมาทำลายพืชไร่ แต่ทางฝั่งใต้ที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สถานการณ์ยังน่าห่วง ไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันผลักดันช้างป่ากว่า 70 ตัวกลับเข้าป่าสู่เขตฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าผาเม่น-ภูพอก

“ชุดเฝ้าระวังยังคงต้องทำงานหนัก คอยติดตามการเคลื่อนตัวของฝูงช้างทุกคืนเพื่อปกป้องสวนผลไม้ ไร่นาของเกษตรกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากความขัดแย้งสู่การอยู่ร่วมกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้เป้าหมายใหญ่ในแผน การจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า 5 ปี (2568-2572) หรือ HEC C2C (Conflict to Co-existence) ที่ออกแบบร่วมกันโดยอุทยาน ชุมชน และองค์กรพันธมิตร เพื่อสร้าง ‘ทางออกระยะยาว’ ให้คนและช้างป่าได้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก

เขตฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าผาเม่น-ภูพอก ไม่เพียงถูกวางเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการรองรับสัตว์ป่าที่เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ยังถูกพัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนโดยอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับงบสนับสนุนริเริ่มจาก WWF ประเทศไทย และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่า

ความหวังที่จะเป็นจริงและกำลังอยู่ในขั้นพิจารณางบจากแผนจังหวัดปราจีนบุรี ปี 2570 เพื่อสร้างอาคารนิทรรศการ เป็นศูนย์กลางเรียนรู้และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่าโดยชุมชนมีส่วนร่วม สร้างรายได้ทางเลือก และทำให้การอนุรักษ์กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะเราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน วันนี้คนแนวหน้าเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ชุมชนท้องถิ่น พระสงฆ์ และผู้คนอีกมากมาย ยังคงต้องอดหลับอดนอน ทำงานรอบเขตและในป่าธรรมชาติ เพื่อหยุดยั้งช้างออกจากพื้นที่ป่าให้มากที่สุด

เพราะปลายทางคือการสร้างความปลอดภัยทั้งสำหรับคนและช้างป่า ให้เราได้แบ่งปันผืนป่าผืนเดียวกันอย่างสันติ ความพยายามที่ยังต้องดำเนินต่อไป และพวกเราสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด” หัวหน้าอุทยานฯทับลานกล่าวทิ้งท้าย