สั่งปลดออกจากราชการ ปลัด อบจ.นครพนม ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างรถขยะ หลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิดมานานนับ 10 ปี ชี้มูลทุจริต คณะกรรมการข้าราชการ อบจ.นครพนม มีมติเสนอนายก อบจ.ออกคำสั่งปลดออก ทันที
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ถึงความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการข้าราชการ อบจ.นครพนม มีการหารือลงมติเอาผิดข้าราชการคือ นาย อ. ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เนื่องจากถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดฐานทุจริต เกี่ยวกับปัญหาจัดซื้อจัดจ้างรถบรรทุกขยะของเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ เมื่อปลายปี 2567 โดยมีการตรวจสอบ ดำเนินการไต่สวน ตามกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2558 ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่งรองปลัด อบจ.นครพนม และเลื่อนขึ้นตำแหน่งปลัด อบจ.นครพนม เมื่อต้นปี 2568
ล่าสุดมีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครพนม ที่ 277/2568 เรื่อง ลงโทษให้ปลดออกจากราชการ ลงนามโดย นายอนุชิต หงษาดี นายก อบจ.นครพนม ด้วย นาย อ. ปลัด อบจ.นครพนม ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวน และมีมติที่ประชุม ครั้งที่ 33 /2567 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ ที่มีควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

บัดนี้ คณะกรรมการข้าราชการ อบจ.นครพนม ในการประชุมครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.68 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยว่า นาย อ.ได้กระทำผิดวินัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทน ผอ.กองคลัง สังกัดเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ปมลงนามและเสนอควรอนุมัติในเอกสารบันทึกข้อความงานพัสดุและทรัพย์สิน กองคลัง ลงวันที่ 17 มี.ค.57 เรื่อง ขออนุมัติจัดหาผู้รับจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรถบรรทุกขยะโดยวิธีพิเศษ เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองอำนาจเจริญได้รับความเสียหาย พฤติการณ์เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาคำชี้แจงผู้ถูกกล่าวหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนาย อ.เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาล แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแจ้งชัดว่า นาย อ.ได้มีการเรียกรับประโยชน์หรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่มิควรได้แก่ตนหรือผู้อื่น หรือนาย อ.มีเถยจิตหรือเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ราชการในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมุ่งที่จะให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์ที่มิควรได้แต่อย่างใด จึงมีมติให้ลงโทษ ปลดออก ตามฐานความผิดที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูล
ทั้งนี้ หากประสงค์ฟ้องโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองชั้นต้น ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งลงโทษ หรือจะอุทธรณ์ต่อ ก.จ.จ.นครพนม ก็ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

