พลทหารเหยียบกับระเบิดขาขาด ยายหลั่งน้ำตากอดรูปถ่าย สงสารหลานชายสุดหัวใจ
จากกรณีกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. จนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ได้แก่ พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน, พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม และ สิบเอกปฏิพัทธ์ ศรีลาภักดิ์ ซึ่งปัจจุบันอาการปลอดภัย อยู่ภายใต้การดูแลรักษาจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อย่างใกล้ชิด
มีรายงานว่า พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน หรือ ชานนท์ อายุ 21 ปี ชาว ต.ห้วยใต้ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ได้สมัครใจรับใช้ชาติ ด้วยความตั้งใจอยากเป็นทหาร ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้บาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายขาด ปัจจุบันเข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย ได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้น และเลื่อนยศเป็นสิบเอก พร้อมเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม ประกอบด้วย เงินพระราชทาน กรณีพิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหารกองประจำการ, เงินบำรุงขวัญ, สินไหมทดแทนภัยสงคราม และเงินช่วยเหลือมูลนิธิสายใจไทย รวม 964,057 บาท ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการรักษา ปลดเหตุสูญเสียจากการรบ จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 15,600 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ ประมาณเดือนละ 16,200 บาท รวมทั้งได้รับเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้น 2 ประเภท 1 พร้อมบัตรทหารผ่านศึก ชั้น 1 ได้รับเงินผดุงเกียรติและเงินเลึ้ยงชีพรายเดือน ตลอดจนได้รับสิทธิในการบรรจุทายาททดแทนเป็นนายทหารชั้นประทวน 1 นาย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านตาตุม ต.ห้วยใต้ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ วานนี้ (17 ก.ค.) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องชานนท์ แต่ไม่พบพ่อแม่ของน้องชานนท์ เนื่องจากเดินทางไปเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แต่พบกับคุณยายของน้องชานนท์ คือ คุณยายเรียน อายุ 77 ปี กำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้าน โดยมีญาติๆ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการมานั่งให้กำลังใจอยู่ด้วย
ยายเรียนเล่าว่า เลี้ยงชานนท์มาตั้งแต่เด็ก หลานเป็นคนดีมาก คิดถึงและเป็นห่วงหลานจับใจ อยากให้หลานสู้ๆ
จากนั้นยายเรียนเข้าไปในบ้านเพื่อนำรูปถ่ายของหลานออกมาให้ดู และกอดรูปไว้ด้วยความคิดถึง

นางสมร อายุ 55 ปี ป้าของน้องชานนท์ เปิดเผยว่า ครอบครัวได้รับแจ้งข่าวเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. มีทหารโทรมาแจ้งว่า “ชานนท์ประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด” จากนั้นยายของชานนท์ก็รีบวิ่งมาร้องไห้และบอกกับตนว่าชานนท์เจออุบัติเหตุ พร้อมขอให้ตนช่วยไปบอกเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้ชานนท์ปลอดภัย
นางสมรเผยว่า เมื่อสอบถามแม่ของชานนท์จึงทราบว่าหลานถูกตัดขาหนึ่งข้าง ตกใจและเสียใจมาก จากนั้นจึงบอกให้พ่อแม่ของชานนท์เตรียมตัวเดินทางไปโรงพยาบาล และแจ้งญาติให้ช่วยขับรถไปด้วย
“ชานนท์สมัครเป็นทหารด้วยความชอบส่วนตัว และเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อปลดประจำการก็สมัครต่อเพื่อเป็นทหารอย่างเต็มตัว ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาเขมรให้กับกองทัพไทย ก่อนสมัครใจรับใช้ชาติ เพิ่งบวชเป็นพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต นิสัยใจคอของชานนท์เป็นคนเรียบร้อย ชอบช่วยงานในชุมชน และถือเป็นเสาหลักของครอบครัวที่พ่อแม่และยายฝากความหวังไว้” นางสมรระบุ

นางสมรกล่าวด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ชานนท์โทรศัพท์มาหาแม่ และโอนเงินมาให้เพื่อใช้สร้างห้องใหม่ให้แม่ แม่ก็รีบดำเนินการ แต่เพิ่งเริ่มทำได้แค่วันเดียวก็เกิดเหตุเสียก่อน ป้าภูมิใจในตัวหลานคนนี้มาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ ให้ชานนท์สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และมีอาชีพที่มั่นคงในอนาคต

