ตรัง วอนรบ.อย่าเจรจานำเข้าสุกรแลกดีลภาษีทรัมป์ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเตือน ล้มทั้งกระดานแน่ โอดทุนทุนเลี้ยงพุ่งทุกรายการ พิษ ASF ยังไม่ฟื้น ยันหมูไทยเพียงพอบริโภค
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ศรีรัตน์ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ในพื้นที่ตำบลทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นางสาวศศิมาภรณ์ สงนวล เจ้าของศรีรัตน์ฟาร์ม กล่าวแสดงความกังวลต่อการเจรจากำแพงภาษีสหรัฐอเมริกาในเรื่องการเปิดนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพื่อแลกดีลภาษี ว่า เกษตรกรมีความกังวล จึงขอรัฐบาลอย่าเอาอาชีพเลี้ยงหมูของเกษตรกรไทยไปเป็นข้อต่อรองในการเจรจาขอลดกำแพงภาษีกับสหรัฐฯ เพราะตลอดหลายปีเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในประเทศไทยไม่เคยได้ลืมตาอ้าปาก เพราะต้องประสบกับปัญหาหนักมาต่อเนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น 1.ต้นทุนการผลิตสูง เช่น อาหาร เคมีภัณฑ์ วัคซีน โดยรัฐไม่เคยดูแลช่วยเหลือ นับจากปัญหาสงครามรัสเซีย ยูเครนเป็นต้นมา ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของเกษตรกรมาโดยตลอด
นางสาวศศิมาภรณ์ กล่าวอีกว่า 2.เกษตรกรบางส่วนต้องหยุดเลี้ยง เพราะหมูตายหมดฟาร์มจากปัญหาโรคระบาด ASF หรือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ผ่านมา และ 3.ตลอดระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรต้องประสบปัญหาซ้ำจากการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน เข้ามาตีตลาดราคาหมูในประเทศ ทำราคาหมูตกต่ำเหลือประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งช่วงที่ราคาหมูตกต่ำ แต่ต้นทุนการเลี้ยงก็ยังสูง ราคาอาหารมีแต่ปรับขึ้นไม่เคยปรับลง หรือหากปรับลงเล็กน้อยแล้วก็ปรับขึ้นอีก ภาครัฐไม่เคยช่วยแก้ปัญหา ไม่เคยคิดจะประกันราคาหมูให้เพื่อช่วยเกษตรกร
นางสาวศศิมาภรณ์ กล่าวว่า จากสาเหตุเหล่านี้ทำเกษตรกรรายย่อยต้องหยุดเลี้ยงไปแล้วจำนวนมาก เพราะประสบปัญหาขาดทุนหนัก ซึ่งราคาหมูขณะนี้ถ้าคิดจากต้นทุนการผลิตหากต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท เกษตรกรขาดทุนแน่นอน ในส่วนของฟาร์มของตนในช่วง 1-2 ปีนี้ ขาดทุนไปนับล้านบาท จึงต้องปรับตัวใหม่ จากเดิมเลี้ยงแม่หมูไว้กว่า 100 ตัว จึงปลดไปเหลือเพียงประมาณ 60 ตัวเท่านั้น ส่วนใหญ่เลี้ยงเพื่อขายลูก จะเลี้ยงเป็นหมูขุนน้อยมาก เพื่อเซฟตัวเอง ลดภาวะขาดทุนจากปัญหาราคาที่ไม่แน่นอน เพราะหากเลี้ยงเป็นหมูขุนต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน แต่ราคาในวันข้างหน้าไม่แน่นอน จึงต้องลดความเสี่ยง
.
“มาถึงเวลานี้หากรัฐปล่อยให้มีการนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดภาษีส่งออกจาก 36% ให้ลดลงมา เชื่อว่าจะทำให้ฟาร์มที่เหลือตายหมด เป็นการทำลายอาชีพของเกษตรกรแน่นอน จึงขอคัดค้านการนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ และหมูในประเทศก็มีเพียงพอการบริโภคภายในประเทศด้วย”นางสาวศศิมาภรณ์ กล่าว

