แม่ค้า‘วัดโสธร’พ้อ
เศรษฐกิจซบ-พิษพระฉาวซ้ำ
ยอดขายไข่แก้บนวูบ!
หลังจากมีกระแสข่าวสีกากอล์ฟมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้แม่ค้าขายไข่ต้มแก้บนหน้าวัดโสธรทรุดหนัก ทั้งรายย่อยรายใหญ่ต่างได้รับผลกระทบ มีบางรายตั้งร้านแล้วขายไม่ออกต้องเก็บร้านหนี บางรายจากเคยขายได้มากถึงวันละ 20-30 ตะกร้า มาวันนี้เหลือเพียงวันละไม่เกิน 10 ตะกร้า ส่วนร้านใหญ่ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก เชื่อว่าเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจมากกว่า
นางสุจิตรา อัญชลิสังกาศ อายุ 75 ปี เจ้าของร้านขายไข่ต้มแก้บน “ครูจ้อย” หน้าวัดโสธรวรารามวรวิหาร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จากสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ยอดการขายไข่ต้มแก้บนซบเซาลงมาบ้าง แต่ยังไม่หนักมากเท่ากับในช่วงวันเข้าพรรษา โดยเมื่อเริ่มถึงวันเข้าพรรษาผู้คนกลับเงียบเหงาลง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้คนเก็บเนื้อเก็บตัวหรือเก็บออมเงิน ประกอบกับมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์ จึงทำให้คนเกิดความเสื่อมศรัทธา ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงอยู่แล้ว แม้ผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นต่อชาวบ้านทั่วไป แต่สำหรับพระสงฆ์ที่กระทำในสิ่งที่ไม่ดีนั้น น่าจะมีความอายบ้าง ทั้งที่เป็นพระสงฆ์ระดับสูง เป็นพระชั้นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่มากระทำในสิ่งที่ไม่ดีและยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพระลูกวัด
“ซึ่งมีเรื่องพระสงฆ์กับสีกากอล์ฟซ้ำเติมแม่ค้าขายไข่ต้มแก้บนเข้าไปอีก ทำให้คนมาท่องเที่ยวทำบุญในพื้นที่ลดน้อยลง โดยปกติตนจะขายไข่ต้มขนาดตะกร้าละ 100 ฟอง ได้วันละประมาณ 20 ตะกร้าต่อวัน และในวันหยุดหรือเทศกาลจะขายได้วันละ 30 ตะกร้า ขณะนี้ขายได้ไม่เกินวันละ 10 ตะกร้า โดยเฉพาะวันนี้ใกล้จะหมดวันแล้ว เพิ่งขายได้แค่เพียง 9 ตะกร้าเท่านั้น ถือว่าตกต่ำลงมากเกินกว่าครึ่งของภาวะปกติ ส่วนร้านข้างเคียงนั้นในวันนี้ขายไม่ได้เลย และได้รีบปิดร้านกลับบ้านไปแล้วถึง 2 ร้าน หลังจากเปิดขายมากว่าครึ่งวันแล้วไม่มีคนแวะซื้อ ถือว่าเงียบเหงามากจริงๆ สำหรับสัปดาห์นี้ นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนลูกค้ารายใหญ่ๆ หรือผู้ที่ต้องการแก้บนด้วยไข่ต้มนับหมื่นฟองนั้นได้หายไปนานแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ และหลังจากมีการปรับ ครม.ชุดใหม่แล้ว ก็ยิ่งเงียบไปกว่าเก่าอีก ถือว่าตกต่ำหนักที่สุดแล้ว ในความรู้สึกนั้นการบริหารประเทศเหมือนกับเด็กเล่นขายของ ดูเป็นเด็กที่ไม่ค่อยจะมีความคิดที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของประเทศ”
นายพิเชษฐ์ สุขอยู่ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านเจ๊ใหม่ไข่ต้มใกล้กับสนามมวยนานาชาติเก่า ถนนเทพคุณากร กล่าวว่า ที่ผ่านมาวันเสาร์-อาทิตย์พอขายได้ แต่ในวันปกติธรรมจะค่อนข้างเงียบ และจากกระแสเรื่องอื้อฉาวในวงการพระสงฆ์ ได้ทำให้ผู้คนเดินทางมาทำบุญลดลงไปอีกส่วนหนึ่งด้วย และในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมามีคนมาน้อยกว่าในช่วงเทศกาลอื่น เชื่อว่าอาจจะมีบางส่วนพากันเดินทางกลับต่างจังหวัดกันเพราะเป็นวันหยุดยาวจึงทำให้คนเดินทางลดลงไปอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยในวันนี้นับตั้งแต่เช้า ขายไข่ต้มได้เพียง 1 ตะกร้า และมาขายช่วงบ่ายได้อีก 2 ตะกร้า รวมเป็น 3 ตะกร้าเท่านั้น ขณะนี้จึงแก้ปัญหาด้วยการต้มไว้เพียงวันละ 4-5 ตะกร้าก่อน พอขายหมดแล้วจึงจะทยอยต้มใหม่เพราะเกรงว่าจะเหลือขายไม่หมด และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือขาดทุนมาก เพราะสภาพปัจจุบันเศรษฐกิจย่ำแย่มาก คนไม่มีกำลังซื้อ และยังมาผสมเข้ากับกระแสข่าวอื้อฉาวของพระผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรซ้ำเติมเข้ามาอีก
“สภาพเศรษฐกิจเริ่มไม่ดีนับตั้งแต่มีโรคโควิด-19 ระบาดเข้ามาแล้ว ทำให้มีคนตกงานเต็มไปหมด คนจึงไม่มีกำลังซื้อ และมีแต่คนผ่านเข้ามาที่หน้าร้าน และเข้ามาขอเงินอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันขายไข่ต้มมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าเช่าร้าน ที่เช่าเดือนละ 17,000 บาท ขณะนี้จึงได้รับน้ำขวดและไข่ไก่สดเข้ามาขายเสริมเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง จากเดิมที่เคยขายไข่ต้มแก้บนเป็นอาชีพหลัก”
เจ้าของร้านน้องเฟย์ ไข่ต้ม (ขอสงวนนาม) ตั้งเยื้องกับฝั่งตรงข้ามซอยเทพคุณากร 5 ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ขายไข่ต้มวันละนับหมื่นฟอง กล่าวว่า กระแสความอื้อฉาวในวงการพระสงฆ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นกระแสด้านลบที่ค่อนข้างแรงมาก และมีผลกระทบต่อผู้คนที่จะเดินทางมา รวมถึงยอดขายไข่ต้มที่ลดลงมาบ้าง แต่สำหรับร้านอาจมีไม่มากนัก และเชื่อว่าคนยังเคารพศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อโสธรอยู่ ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลที่กระทำผิด
“ส่วนเทศกาลวันเข้าพรรษา ที่ว่ามีคนเดินทางเข้ามาทำบุญน้อยลงนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติที่วันเข้าพรรษาคนจะมาทำบุญกันน้อยกว่าในช่วงเทศกาลอื่นๆ ซึ่งปกติร้านจะต้มไข่ขายวันละประมาณ 2-3 หมื่นฟอง ในช่วงเทศกาลสำคัญจะต้มขายได้วันละ 3-4 หมื่นฟอง ส่วนเทศกาลวันเข้าพรรษาที่ผ่านมาต้มไข่ขายได้วันละประมาณ 2 หมื่นฟอง”



