ทนายโนบิ พาลุงสมหมาย เข้ากระบวนการกม. พร้อมแจ้งความทหารหญิงเขมร ชี้หน้าด่าทหารไทย
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 68 เวลาประมาณ 13.30 น. นายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิ ซึ่งรับเป็นทนายความของนายสมหมาย อดีตทหารพรานที่ต่อยทหารกัมพูชาที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เดินทางพร้อมทีมงาน นำตัวนายสมหมาย อดีตทหารพรานคนดังกล่าว เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการกฎหมายกับพนักงานสอบสวน ที่ สภ.พนมดงรัก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยมี พ.ต.อ.นพดล พินิจอักษร ผกก.สภ.พนมดงรัก, รอง ผกก.สอบสวนและพนักงานสอบสวน จากนั้นได้แถลงข่าว แจ้งความดำเนินคดีกับหญิงกัมพูชาที่โวยวายชี้หน้าด่าทหารไทย ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นพันโทหญิงโมริก้า (ทหารเขมร) อีกด้วย
ทนายโนบิกล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนของคุณกัน จอมพลัง เดินทางมาพบท่านผู้กำกับที่ สภ.พนมดงรัก สืบเนื่องจาก 2 กรณี กรณีที่ 1 ลุงสมหมายอดีตทหารพรานได้มีการชกทหารเขมร และมีความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา คือ มีหญิงกัมพูชาท่านหนึ่งที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว อ้างตนมาเป็นนักท่องเที่ยวและมีการก่อความวุ่นวาย ปลุกปั่น ทำให้เหตุบานปลาย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนคนไทยต้องอพยพเข้าบังเกอร์และเกือบเกิดเหตุการณ์ปะทะ ซึ่งสองเหตุการณ์นี้ สร้างความไม่สบายใจให้กับพี่น้องประชาชนหลายๆ ท่าน
วันนี้ตนในฐานนะตัวแทนของพี่น้องประชาชน และก็คุณกัน ได้มอบหมายให้ตนเดินทางพาคุณลุงสมหมาย มารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน เราก็เดินทางมาเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษพันเอกหญิงโมนิก้า ซึ่งเป็นทหารหญิงกัมพูชา ที่เข้ามาก่อความวุ่นวาย ทำให้เกิดเหตุการณ์ยั่วยุระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา จนเป็นเหตุบานปลายให้ทางทหารเขมรเกือบจะใช้อาวุธปืน เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และทหารไทยเราเกือบจะมีการปะทะกับเขา ประชาชนแตกตื่นเข้าที่กำบัง ทำให้เกิดความวุ่นวายในราชอาณาจักร พฤติกรรมดังกล่าวส่อให้เห็นว่าผู้หญิงคนดังกล่าว หรือทหารหญิงกัมพูชาคนดังกล่าว เข้ามาในประเทศไทย โดยมีเจตนาที่ไม่สุจริต มีลักษณะเข้ามาเป็นการก่อกวน อันจะทำให้ความสงบในราชอาณาจักรไทยได้รับความวุ่นวาย เกิดความเสียหาย ปลุกปั่นให้ประชาชน
ล่าสุดทราบข่าวว่ามีการชักชวนคนกัมพูชาเป็นคณะ ถ้ามาเที่ยวทั่วไปประเทศไทยยินดีต้อนรับ แต่ถ้าหากมาแล้วก่อเกิดความวุ่นวาย มาแล้วทำให้ จนท.พี่น้องประชาชนของเราเกิดความเดือดร้อน จนท.ของเราทำงานลำบาก ถ้าการกระทำแบบนั้นทำแล้ว ทำให้เกิดความไม่สงบ เกิดความเดือดร้อนในราชอาณาจักรทางตนในฐานะตัวแทน ขออนุญาตร้องทุกข์กล่าวโทษพันเอกหญิงโมนิก้า ที่เข้ามาก่อความวุ่นวาย วันนี้จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนผ่านทาง ผกกสภ.พนมดงรัก และร้อง ผกก.สอบสวน ที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนคดีพี่สมหมาย เท่าที่พูดคุยกับ ผกก.ก็จะมีการส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเหตุเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย ต้องดำเนินการในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนเจ้โม หรือโมนิก้า คุณก็มาสร้างเหตุการณ์ความวุ่นวายในราชอาณาจักรไทย ก็ต้องถูกดำเนินคดีในประเทศไทย ถ้าคุณคิดว่าคุณจะก้าวกระโดดข้ามต้นขี้เหล็กไปขี้เหล็กมาเหมือนก่อนไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้ตนมาแจ้งความคุณแล้ว ถ้าคุณคิดว่าคุณทำถูกต้อง มีความบริสุทธิ์คุณก็เข้ามาเข้าสู่กระบวนการในประเทศไทย เดี๋ยวพนักงานสอบสวนจะส่งหมายไปที่คุณ ประสานไป ส่งไปทางสถานทูต ถ้ารับหมายแล้วไม่มาก็คงต้องออกหมายจับ คุณจะมาเล่นกระโดดข้ามต้นขี้เหล็กเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะว่าถ้าคุณข้ามมาประเทศไทยมาก่อกวนอีก คุณก็ถูกรวบ ผิดถูกก็ไปว่ากันที่ศาล แต่ต้องเป็นศาลไทยเท่านั้น ศาลเขมรเราไม่ไป
เบื้องต้นมองได้สองมิติ ถ้าดูตามความผิดเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะเป็นในการก่อความวุ่นวาย ในสถานที่ที่สาธารณะก็อาจเป็นโทษปรับ เป็นลหุโทษ แต่สิ่งที่ตนอยากจะนำเรียนพี่น้องสื่อมวลชนก็คือว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ถ้าหากว่าเป็นประชาชนทั่วไป หรือ นทท.เข้ามาแล้วเอะอะโวยวาย เราเข้าใจได้ แต่ถ้าหากว่าการข่าวหรือเรามีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ที่มีการสืบสวนแล้ว พบว่ามีการตระเตรียมการ หรือมีการมุ่งเข้ามาที่จะก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ดูว่าเขามีการนัดแนะกันหรือไม่ ผู้หญิงท่านนี้ทำไมต้องปลอมตัวเป็นประชาชนเข้ามา แล้วทหารที่เข้ามาทำไมรู้จักกันมีความสนิทชิดเชื้อกันอย่างไร
ตนเชื่อว่าพี่น้องคนไทยดูออกว่า การเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว หรือเข้ามามีนัยยะแอบแฝงแบบนี้ ถ้าทางการสืบสวนพบว่าเป็นอย่างที่ตนตั้งสมมุติฐานก็อาจจะสามารถที่จะดำเนินคดีในฐานยุยงปลุกปั่นให้ประชาชน ก่อความวุ่นวายกระทบกับความมั่นคงของประเทศลักษณะแบบนี้ก็เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ฐานความผิดนี้รุนแรง จำคุกสุงสุด 7 ปี สมัยผู้ชุมนุมเยอะสมัยก่อน ก็จะใช้ข้อหานี้ในการปราม วันนี้เราไม่ใช้ข้อหานี้ในการปราบพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน เราจะใช้ข้อหานี้ในการปรามคนที่มายุยงปลุกปั่นความวุ่นวายในประเทศไทยเรา
ประเทศไทยเราเป็นระบบกล่าวหา ถ้ามีหลักฐานอันพอสมควร เชื่อว่า เขาได้กระทำความผิด เขาไม่ได้บอกว่าเขาผิด แต่เรากล่าวหาไปแล้ว ถ้าไม่ผิด คุณแจ้งความผมกลับได้ ไม่เป็นไร ก็คนละหมัด ตนก็ยอมแลกตัวเองเข้าคุกเพื่อพี่น้องชาวไทยเหมือนกัน ถ้าแลกกับที่เขาต้องมาก่อกวนแบบนี้ แต่ถ้าไม่ผิดก็มาสู้กันคนละหมัด แต่ต้องสู้ในศาลไทยเท่านั้น แค่นั้นเองที่อยากจะฝากบอก
ลุงสมหมาย อดีตทหารพราน ชกทหารกัมพูชา กล่าวว่า วันนี้ตนขอพูดความรู้สึก ตนเข้ามาเห็นทหารไม่ทำอะไรหลายๆ อย่าง ชาวบ้านเขาถามผม ผมเป็นนักรบอยู่แล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ไม่ทำอะไรเลย ผมบอกว่าทหารเขาทำไม่ได้อย่างผมหรอก ผมเป็นแค่อาสาสมัครทหารพราน ผมเป็นประชาชนเหมือนทุกคน ตนมาทนไม่ได้ มันทำท่าทางเป็นของมันเป็นของกู หมัดที่ผมให้ ผมบอกพระเจ้าตากแล้ว ผมปั๊มให้มันแล้ว ผมยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย ผมไม่หนีไปไหนแผ่นดินของผม จะหนีไปไหน ผมปกป้องผมจะตายผมยอม ผมไม่ได้วิ่ง กูผู้ชนะ ประเทศไทยมีหน่วยนี้
พวกผมยังไม่ตาย ยังอยู่ พวกผมทหารพรานค่ายปักธงชัย คุยกันแล้วรออย่างเดียว รอรัฐบาลเรียกพวกผมเข้ามา ยังไม่ต้องเรียกกำลังเสริมหรอก อายุหกสิบแล้ว ตนยังรบได้อยู่ เอาชุดนี้เข้าไปได้คืนหมด ตนต้องการเอาเขาพระวิหารคืนมากลับสู่แผ่นดินของเรา พระเจ้าตากกู้ไว้ ทำไมเราต้องเสียแผ่นดินของเราไป ทำไมตนอยากถาม ทนอยู่ได้ยังไง อย่าหน้าด้านอดทนซิ ดื้อด้านอย่างผม เอาคืน ตนขอฝากด้วย ตนมาวันแรกตนไม่มีอะไรเลย ตนนอนศาลาวัดกินข้าววัด ก่อนที่ผมจะทำแบบนั้น
ด้าน พ.ต.อ.นพดล พินิจอักษร ผกก.สภ.พนมดงรัก กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้รับทั้งสองเรื่องไว้แล้ว ซึ่งทางทนายโนบิ จะแจ้งความเพิ่มเติม เราก็จะรับเรื่อง อาจจะรวมเรื่องไปกับทางที่ทหารแจ้งความไปแล้ว ก็มาดูกันอีกที ก็ยินดีดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะได้มีการสืบสวนให้แน่ชัดอีกครั้ง

