เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบาย รับมือพายุวิภา เตือน11จว.ภาคกลาง ต้องเฝ้าระวัง-ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งพบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่จุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,170ลบ.ม./วิ
ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว วัดได้ 15.46ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานกักเก็บ(16.50ม.รทก.)เป็นเดือนที่10 (อยู่ในเกณฑ์ครั้งล่าสุดวันที่9ก.ย.67)
ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นแบบขั้นบันได จากเมื่อวาน 700ลบ.ม./วิ ขึ้นไปที่ 800ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำเหนือเขื่อน รองรับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงสู่ภาคกลาง รวมทั้งฝนที่จะตกหนักจากอิทธิพลของพายุวิภา ระหว่างวันที่ 21-24ก.ค.68 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมตลิ่งเหนือเขื่อน ในขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนล่าสุดยกตัวขึ้นอีก 1ม. ในรอบ24ชม.วัดได้ 10.06ม.รทก.

ทั้งนี้กรมชลประทานได้ออกประกาศเตือน 11 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ สถานการณ์อิทธิพลจากพายุวิภา
โดยทางกรมชลประทานจะมีการปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันได ขึ้นไปได้ถึงอัตรา 1,200 ลบ.ม.ภายในสัปดาห์นี้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน ใน คลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก1.20ม.ในช่วง7วันข้างหน้า


