สงขลา โรคมือ เท้า ปาก ระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก สาธารณสุขเตือนหากพบเด็กป่วยหยุดเรียน หากระบาดมากให้ปิดโรงเรียน
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม รายงานจากสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ขณะนี้โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกิดจากเชื้อไวรัสมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีเด็กอยู่จำนวนมาก ในโรงเรียนอนุบาลแลและศูนย์เด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
“สถานศึกษาหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก จะต้องมีการคัดกรองเด็กทุกเช้าอย่างเคร่งครัด หากพบเด็กป่วยให้แยกออกจากเด็กคนอื่นทันทีและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี หากมีเด็กป่วยมากกว่า 2 รายขึ้นไปในห้องเดียวกันในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ควรปิดห้องเรียนอย่างน้อย 1 วัน พร้อมทั้งทำความสะอาดสิ่งของ พื้นที่ภายในห้องเรียน หลังเปิดเรียนควรเฝ้าระวังคัดกรองอย่างเข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์ เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรหยุดพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้เด็กอื่น”
รายงานว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรง จากการติดมากับมือหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำใสจากแผล ผื่นที่ผิวหนัง อุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน เชื้อไวรัสสามารถปนเปื้อนอยู่บนของเล่น เสื้อผ้า ภาชนะที่ใช้ร่วมกัน และพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตูหรือราวจับ สาเหตุที่พบการระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กวัยนี้มักชอบเล่นของเล่นร่วมกัน หยิบของเข้าปาก หรือใช้มือจับปาก จมูก ตา ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
“ให้ผู้ปกครองและครูหมั่นสังเกตอาการของนักเรียนและบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไข้ มีแผลหรือจุดแดงในช่องปาก เช่น บริเวณลิ้น เพดานปาก กระพุ้งแก้ม และมีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว ก้น เด็กเล็กจะมีอาการงอแง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม มีน้ำลายไหลหรือบ่นเจ็บปาก ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคมือเท้าปาก ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจพบไข้สูงผิดปกติ รับประทานอาหารและน้ำได้น้อยมาก ซึมลง อาจมีอาการชักเกร็ง อาเจียนรุนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม”

