ทส.ตัดไม้ยางต้นแรกอุทยาน’ทะเลบัน’
ประเดิมนโยบาย’อยู่ได้-ใช้ได้-ป่าคงอยู่’
ภายหลังจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินหน้านโยบาย “อยู่ได้ ใช้ได้ ป่าคงอยู่” ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ลงพื้นที่ จ.สตูล เปิดปฏิบัติการตัดต้นยางพาราต้นแรกในเขตอุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล เป็นครั้งแรกของประเทศไทยภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ ที่ให้สิทธิประชาชนในการใช้ประโยชน์ไม้ยืนต้นที่ปลูกขึ้นเองในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อการดำรงชีพอย่างปกติธุระ ซึ่ง “นายเฉลิมชัย” เป็นประธานเปิดโครงการตัดไม้เกษตรที่ปลูกขึ้นเอง โดยตัดฟันต้นยางพาราในแปลงของนายอาซีซัน อำมาลี ชาวบ้านวังประจันใต้ หมู่ 4 ต.ควนโดน จ.สตูล เนื้อที่ราว 3 ไร่เศษ ภายหลังได้รับการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อุทยานฯ ที่ ครม.เห็นชอบเมื่อปลายปี 2567
นายเฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นใหม่ เราไม่เพียงแค่ตัดต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่กำลังเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับประชาชนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องละเมิดกฎหมาย

ด้านข้อมูลกรมอุทยานแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 314,000 ครัวเรือนอาศัยในพื้นที่อนุรักษ์ 224 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่กว่า 4.2 ล้านไร่ เฉพาะในอุทยานแห่งชาติทะเลบัน มีชุมชนกระจายอยู่ 13 หมู่บ้าน รวม 1,095 ราย มีแปลงทำกินที่สำรวจแล้วเกือบ 10,000 ไร่ ตามกรอบกฎหมายใหม่ พื้นที่เหล่านี้สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตรเชิงนิเวศ และการจัดการทรัพยากรร่วมกับรัฐ โดยมีเงื่อนไขการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือสิทธิอย่างเข้มงวด และเน้นความยั่งยืนของระบบนิเวศเป็นหลัก
กำนันเรวัฒน์ บูอีตำ กำนันตำบลวังประจัน หนึ่งในผู้ร่วมผลักดันสิทธิของชุมชนมานานกว่า 10 ปี ให้ข้อมูลว่า นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านรอคอยมานาน จากเดิมเป็นพื้นที่พิพาท วันนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งสิทธิที่ชอบธรรม แต่ชาวบ้านไม่ต้องการแค่ตัดต้นไม้แล้วอยู่เฉยๆ ชาวบ้านต้องการทุน ต้องการถนน และต้องการตลาด จึงเสนอให้รัฐเร่งจัดสรรงบสนับสนุนการทำเกษตรในแปลงที่ได้รับสิทธิ พร้อมขอให้เร่งพัฒนาเส้นทางเกษตรเพื่อขนส่งผลผลิตออกจากสวน และผลักดันให้ “ตลาดชายแดนวังประจัน” กลับมาอยู่ในความดูแลของ อบต.วังประจัน เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรอย่างแท้จริง หลังจากพื้นที่ดังกล่าวติดข้อจำกัดของการอยู่ในเขตอุทยาน

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวย้ำว่า กระทรวงจะยึดแนวทาง “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” พร้อมดึงท้องถิ่น ชุมชน และภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการจัดการป่าอย่างยั่งยืน โดยจะฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ให้เข้าใจหลักการใหม่ และติดตามประเมินผลร่วมกับประชาชนในทุกขั้นตอน
นโยบายใหม่นี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย หากแต่เป็น “การเปลี่ยนทัศนคติ” ของรัฐต่อประชาชนในป่าอนุรักษ์ โดยเชื่อว่าคนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อมีกติกา กำกับดูแล และโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียม


