หน้าแรก ภูมิภาค ผวจ.ขอนแก่น ฮ...

ผวจ.ขอนแก่น ฮึ่ม ผศ.ดร.ฉาว ค้ายาไอซ์ ซัดอ้างเป็นผู้ป่วย ลอยหน้ารับราชการ จ่อเสนอสภามหา’ลัย ฟันโทษ

23.07.25 | 17:48 น.

จังหวัดขอนแก่นเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ 75 เป้าหมาย ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย “ผู้ว่าฯ” ฉะ “ผศ.ดร.” ค้ายาไอซ์ เป็นถึงครูอาจารย์แต่กลับทำเรื่องเสื่อมเสีย เตรียมเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาโทษ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ห้องแก่นชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รองผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดตามที่กระทรวงมหาดไทยเอาจริง ทุกพื้นที่ทั่วไทย บูรณาการทุกกลไก ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังสร้างหมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด

นายไกรสร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยการดำเนินการกับผู้ผลิตและผู้ค้าอย่างจริงจัง พร้อมขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการร่วมบูรณาการ กำหนดยุทธวิธีที่รอบคอบ มีความปลอดภัย และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปราบปรามเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการตามยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในรอบสองปีมานี้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ผลการปราบปรามยาเสพติดอยู่ในลำดับ 1 ของภาคและลำดับ 4 ของประเทศ โดยผลจากการปฏิบัติการค้นหาผู้เสพ ผู้ค้า ด้วยวิธีการ Re x-ray ในช่วงปี 2568 มีเป้าเป้าผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 8,588 ราย เป็นผู้เสพ 6,693 ราย ผู้ค้า 899 ราย ดำเนินคดีแล้ว 610 ราย ออกนอกพื้นที่ 1,145 ราย

Advertisement

นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งสิ้น 56,533 ราย พบเจ้าหน้าที่รัฐ และลูกจ้างภารกิจส่วนราชการ เสพสารเสพติด จำนวน 105 ราย กำนันผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 3 ราย นักเรียน 13 ราย แรงงานในสถานประกอบการ 341 ราย พระสงฆ์ 42 ราย ทั้งหมดหากเป็นข้าราชการ ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ พระสงฆ์ได้ให้ลาสิกขา และลูกจ้าง นำเข้าสู่การบำบัด ทั้งนี้ผลการปิดล้อมตรวจค้นฯ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะพบว่า จำนวนยาเสพติดและของกลางที่ตรวจยึดได้ มีจำนวนน้อยลง เนื่องจากทางจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้นรถยนต์ ของนายณ. ซึ่งเป็นรองคณบดีคณะหนึ่ง ในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้ให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า” ว่า กรณีนี้ได้รับทราบข้อมูลก็ตกใจ ปีที่แล้วถูกจับในข้อหาเสพไอซ์ แล้วเข้าสู่การบำบัด แต่ปีนี้กลับผันตัวเป็นผู้ค้า ซึ่งล่าสุดได้มีหนังสือสอบถามไปยังต้นสังกัดแล้ว ซึ่งตนเองมองว่า คำว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ไม่ควรนำมาใช้กับคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจใช้กับชาวบ้านได้ แต่คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่สูงกว่าปกติ จะใช้คำว่าผู้เสพคือผู้ป่วย แล้วลอยหน้าลอยตารับราชการหรืออยู่ในหน่วยงานราชการถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม

“ถ้าเป็นชาวบ้านหรือเป็นนักเรียนเราพอฟังได้ว่าเขาคือผู้ป่วย เจ้าหน้าที่รัฐมีเงินเดือนกิน แต่ชาวบ้านทำงานกว่าจะได้เงินแต่ละบาท ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ทำเรื่องไม่ดี ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ซึ่งตนเองเป็นหนึ่งในกรรมการสถานศึกษา หากมีการประชุมกรรมการสภาฯ จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา เพราะผู้ถูกจับกุมเป็นถึงระดับนี้ มันอายเขา เป็นถึงครูบาอาจารย์ ถามว่าเราจะกล้าปล่อยให้ลูกเราไปอยู่ในมือให้เขาสั่งสอน มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร”